www.avaccount.com > บอร์ดบัญชีและภาษี

ใบเสร็จกรมศุล ขอความรู้ด่วนนะคะ

(1/2) > >>

เซิง:
ขอรบกวนอีกครั้งนะค๊ะ คือบริษัทเราจดทะเบียนเป็นตัวแทนเดินพิธีการนำเครื่องจักรจากเมืองนอกเข้ามาโชว์ โดยconsignee เป็นชื่อของบริษัทเรา (กรณีนำเครื่องจักรเข้ามาโชว์จะวางค้ำประกันทัณฑ์บน แต่ถ้ามีการขายเกิดขึ้นก็จะต้องมีการชำระภาษี) บังเอิญเครื่องจักรตัวนี้มีลูกค้าสนใจจึงตกลงซื้อ ปํญหาก็คือ พอขายได้ก็ต้องเสียภาษีที่กรมศุลที่นี้ใบเสร็จก็ต้องออกในนามบริษัทของเรา เพราะตอนนำเข้าเป็นชื่อของเรา แต่ลูกค้าไม่ยอม ว่าทำไมใบเสร็จถึงไม่ออกเป็นชื่อของผู้ซื้อ เพราะว่าเขาเคลมแวตไม่ได้ เขาก็ถามอีกว่าทำไมเราไม่เอาไปเคลมแวต เราก็บอกว่า เราไม่สามารถเคลมได้ เพราะเราไม่ได้จดทะเบียนซื้อมาขายไป เราจดเป็นตัวแทน เขาก็ไม่ยอม และถามว่าแล้วอย่างนี้เขาจะลงบัญชีอย่างไร เพราะลูกค้าต้องการที่จะเอาไปเคลมแวด และบอกว่าจะไปปรึกษาสรรพากร (ใบเสร็จตัวจริงเราจะให้ลูกค้าเราไม่ได้เก็บเอาไว้ แต่ถ้าจะให้เราออกใบเสร็จที่มีแวต เราก็ออกให้ไม่ได้เช่นกัน แต่จะออกให้ได้เพียงหนังสือรับรองว่าเราเป็นตัวแทนผ่านพิธีการให้จริง หรือมีอีกวิธีหนึ่งคือต้องทำเรื่องส่งเครื่องจักรกลับ แล้วค่อยนำเข้ามาใหม่ซึ่งก็ทำได้แต่จะมีค่าใช้จ่าย ถ้าลูกค้ายอม แต่กรณีนี้ท่าทางจะไม่ยอม รบกวนช่วยอธิบายให้กระจ่างหน่อยได้ไหมคะ (ก่อนที่จะเสียภาษีมีการตกลงกับลูกค้าแล้ว แต่คิดว่าน่าจะเกิดการเข้าใจผิด เพราะตัวลูกค้าเองเค้าก็บอกว่ารู้แล้วว่าชื่อผู้นำเข้าเป็นชื่อเรา)

ตะวัน:
อ่านแล้วก็ตอบไม่ได้อะดิ รอคุณอ้วนผู้เชี่ยวชาญละกันนะ

อ้วน:
1.  ถ้าผมจำไม่ผิด  การ  consignee เป็นการโอนชื่อผู้นำเข้า  ส่วนมากเป็นการทำเพื่อลดภาระทางภาษี  ซึ่งส่วนใหญ่ผู้นำเข้าจะเป็นอีกบุคคลหนึ่ง  แล้วทำการ consignee  ให้กับอีกบุคคลหนึ่ง  



2.  แต่ในกรณีของคุณเซิง  ผมมองว่าการที่กิจการของคุณเซิง  ทำหน้าที่เพียงเป็นตัวแทนนำสินค้าเข้ามาโชว์  ซึ่งผมสมมติว่าทางกิจการของคุณ  ไม่ได้เป็นผู้จำหน่ายสินค้าโดยตรง  แต่เมื่อลูกค้ามาดูแล้ว  เกิดตัดสินใจที่จะซื้อสินค้าดังกล่าว  



3.  ปัญหาจึงเกิดตามมา  เพราะชื่อผู้นำเข้าจะเป็นชื่อของกิจการคุณเซิง  หากให้ผมวิเคราะห์ในเบื้องต้นตามข้อมูล  ผมก็จะมองว่ากิจการของคุณ  เป็นผู้ซื้อสินค้าจากต่างประเทศ  แล้วนำสินค้าดังกล่าวมาขายในประเทศครับ  เพราะเวลาจ่ายค่าสินค้าไปต่างประเทศ  ผมก็เข้าใจเองว่าผู้จ่ายก็คือกิจการของคุณเซิง  ส่วนลูกค้าในประเทศไทยก็จ่ายเงินค่าสินค้าให้กับกิจการคุณเซิง  



หากข้อมูลเป็นไปตามที่ผมวิเคราะห์นี้  ก็ต้องถือว่าคุณเซิงซื้อสินค้าจากต่างประเทศ  เข้ามาจำหน่ายในประเทศครับ  ส่วนเรื่องที่เราไม่ได้จดทะเบียนซื้อมาขายไป เราจดเป็นตัวแทนนั้น  ผมไม่แน่ใจว่าจะเป็นในเรื่องเกี่ยวกับประเภทตามแบบ ภพ.01  หรือเปล่า  เพราะถ้าใช่  ก็ให้ไปจดขอเพิ่มประเภทได้ครับตามแบบ ภพ.09  แต่ผมก็ไม่มีความรู้ในด้าน  consignee  มากนัก  จึงไม่แน่ใจว่าจะมีข้อกำหนดอะไรอีกหรือไม่  จากหน่วยงานอื่นๆ ครับ



4.  ต้องรบกวนคุณเซิง  ให้ข้อมูลเพิ่มเติมครับว่า  

4.1  ในการที่จะทำเป็น  consignee  ได้นั้น  จะต้องมีเงื่อนไข หรือข้อกำหนดใดบ้าง  และเกี่ยวข้องกับหน่วยงานใดบ้าง  

4.2  กิจการของคุณเซิง  ประกอบกิจการอะไรบ้าง  กล่าวคือจะมีรายได้จากอะไร และได้จากใคร  

4.3  การจ่ายเงินให้กับผู้ขายในต่างประเทศ  ใครเป็นผู้จ่ายชำระ  และจ่ายชำระกันอย่างไร



ปล. แล้วมาคุยกันต่อครับ

เซิง:
4.1 เราจะมี Agent  ที่เมืองนอก เวลามีงานโชว์ ลูกค้าที่เมืองนอกก็จะติดต่อกับ Agent เพื่อนำของเข้ามาใชว์ Agent ก็จะแจ้งทางบริษัทเราว่าจะมีของเข้ามา เราก็จะทำเรื่องเอกสารเพื่อเดินพิธีการ ที่นี้เรื่องเอกสารกรณีถ้าลูกค้าที่ต้องการนำของเข้ามีบริษัทอยู่ในเมืองไทย เราก็จะเอาเอกสารให้ลูกค้าเซ็นต์มอบอำนาจต่าง ๆ ได้โดย consignee ก็เป็นชื่อลูกค้า แต่ถ้าลูกค้าเมืองนอกไม่มีบริษัทในไทย consignee ก็เป็นชื่อของเราเพราะไม่สะดวกในเรื่องของการเซ็นต์มอบอำนาจและเอกสารต่าง ๆ และเสียเวลาค่าใช้จ่ายในเรื่องของการส่งเอกสารไป ๆ มา ๆ ระหว่างประเทศ (ลูกค้าคงไม่มีบัตรลายเซ็นต์และบัตรพิธีการ)



4.2 ตาม ภ.พ.01 เราจดบริการนำของออกจากท่าเรือตามพิธีการศุลกากรและการจัดระวางการขนส่งทุกชนิด จะมีรายได้จากการให้บริการในการเดินพิธีการ และค่าขนส่งและขนย้ายเครื่องจักรเข้าไบเทค เป็นต้น และบริษัทเราก็จะทำ invoice เก็บเงินที่ Agent (Agent จะไปเก็บเงินกับลูกค้าที่นำของมาโชว์อีกที) จากนี้น Agent ก็จะโอนเงินเข้าบริษัท



4.3 ส่วนในเรื่องของการชำระค่าสินค้า เป็นข้อตกลงระหว่างผู้นำเข้ากับผู้ซื้อ เราไม่เกี่ยว เพราะหากมีการซื้อขายเกิดขึ้นปั๊บ เราก็ทำหน้าที่ไปชำระภาษีที่กรมศุลกากร โดยผู้ซื้อเป็นคนออกเอง



   คุณอ้วนคงสงสัยว่าแล้วทำไมถึงไม่ทำ consignee ให้เป็นชื่อผู้ซื้อเลยหล่ะ เหตุผลคือ:ตอนที่ลูกค้าเมืองนอกนำของเข้าโชว์ยังไม่รู้ว่าของจะขายได้หรือไม่ได้ แต่พอขายได้ก็จะขายกันเลย เพราะเขาจะได้ไม่ต้องทำเรื่องส่งออก ทีนี้เราจะหาคำตอบเพื่อที่จะไปอธิบายให้ลูกค้าฟังยังไงถึงจะเข้าใจว่าเราไม่สามารถออกบิลแวตได้

   

อ้วน:
1.  จากข้อมูลที่ให้มา  กิจการของคุณเซิง  ก็คือการให้บริการเป็น ตัวแทนออกของ (ชิปปิ้ง) ซึ่งถือเป็นงานบริการ  เมื่อมีค่าใช้จ่ายใดๆ เกิดขึ้น  ก็จะทำ  invoice เรียกเก็บเงินที่ Agent  โดยมิได้เป็นผู้ขายสินค้าเองโดยตรง



2.  ในการนำสินค้าเข้ามาโชว์ในประเทศไทย  เบื้องต้นทางคุณเซิงจะต้องระบุชื่อของกิจการคุณเซิงเป็นผู้นำเข้าก่อน   และระบุว่าเงื่อนไขกับทางกรมศุลกากรว่าเป็นการนำสินค้าเข้ามาโชว์  เพื่อจะได้ไม่ต้องชำระภาษีอากรต่างๆ  แต่จะวางค้ำประกันทัณฑ์บนแทน  หากไม่มีการซื้อขาย  ก็จะส่งสินค้าออกนอกประเทศภายในระยะเวลาที่กำหนด  ก็จะไม่ต้องเสียภาษี



3.  แต่ถ้ามีการซื้อขาย  กล่าวคือลูกค้าในไทยตกลงตัดสินใจซื้อ  ทางคุณเซิง  ก็จะต้องไปชำระค่าภาษีอากรขาเข้า และภาษีมูลค่าเพิ่มที่กรมศุลกากร    ซึ่งแบ่งออกเป็น  2  กรณีคือ

3.1  ในกรณีที่ผู้ขายเมืองนอกมีบริษัทในไทย  ทางคุณเซิง  ก็จะ  consignee  ให้เป็นชื่อของบริษัทในไทย  ซึ่งเท่ากับบริษัทในไทยจะเป็นผู้นำเข้าแทนกิจการของคุณเซิง  ( จะต้องกระทำก่อนที่สินค้าจะเข้ามาในประเทศไทย )  ซึ่งในกรณีนี้ภาษีอากรขาเข้า และภาษีมูลค่าเพิ่ม  ก็จะออกในนามของบริษัทในไทย  เมื่อบริษัทในไทยขาย  ก็จะต้องออกใบกำกับภาษีให้กับลูกค้าในไทยที่ซื้อสินค้าอีกทอดหนึ่ง  ซึ่งในกรณีคงไม่มีปัญหาอะไร



3.2  ในกรณีที่ผู้ขายเมืองนอกไม่มีบริษัทในไทย   เท่ากับว่ากิจการของคุณเซิง  จะเป็นผู้นำเข้าสินค้าเอง  ดังนั้นเมื่อมีการขาย  ทางกรมศุลกากรก็จะออกใบเสร็จรับเงินค่าภาษีอากรขาเข้าและภาษีมูลค่าเพิ่มในนามกิจการคุณเซิง  ซึ่งจะมีปัญหาตามมาว่า

-  ค่าภาษีอากรขาเข้า และภาษีมูลค่าเพิ่ม  กรมศุลกากรออกในนามกิจการคุณเซิง  กิจการของคุณเซิงเอง  ก็ไม่สามารถเครดิตภาษีซื้อได้  เนื่องจากไม่ใช่รายจ่ายของคุณเซิงโดยตรง  เพราะลูกค้าในไทยจะจ่ายชำระเงินให้กับผู้ขายในต่างประเทศเอง  จึงเท่ากับว่าลูกค้าในไทยเป็นผู้ซื้อ  

-  ลูกค้าในไทยที่จ่ายค่าภาษีอากรและภาษีมูลค่าเพิ่ม  ก็จะได้ใบเสร็จรับเงินที่เป็นชื่อของกิจการคุณเซิง  ซึ่งลูกค้าในไทยก็ไม่สามารถนำไปเครดิตภาษีซื้อเช่นกัน



แนวทางแก้ไข

1.  ผมก็ไม่แน่ใจนะครับ  แต่ผมคิดเองว่า  ถ้าเป็นไปตามกรณีในข้อ 3.2  ก่อนจะมีการชำระค่าภาษีอากรขาเข้าและภาษีมูลค่าเพิ่ม  ( แต่หลังจากการนำสินค้าเข้ามาในประเทศไทยแล้ว )  ทางกรมศุลกากร  จะยอมให้ทำ   consignee  ให้เป็นชื่อของลูกค้าในไทยที่จะซื้อได้หรือไม่  หรือจะมีวิธีปฏิบัติอื่นที่จะสามารถให้ออกใบเสร็จรับเงินจากทางกรมศุลกากรให้เป็นชื่อของลูกค้าในไทย ( ผู้ซื้อ )  ในขั้นตอนนี้จะต้องตรวจสอบไปยังกรมศุลกากรครับ  เพราะทางกรมสรรพากรก็จะไม่ทราบแนวปฏิบัติของกรมศุลกากรครับ



2.  ถ้าแนวทางที่ 1  ยังไม่อาจแก้ไขปัญหาได้  ผมก็คิดว่าหากเน้นที่จะรักษาลูกค้า  กิจการของคุณเซิง  ก็จะต้องดำเนินธุรกิจซื้อมา - ขายไปด้วยครับ  โดยเป็นผู้สั่งซื้อสินค้าเข้ามาขายเองครับ  เพียงแต่ตอนนำสินค้าเข้า  เพื่อไม่ให้เป็นภาระในทางภาษี  ก็ให้ระบุว่านำสินค้าเข้ามาโชว์  เมื่อไม่มีผู้ซื้อในประเทศ  ก็ให้รีบส่งสินค้าคืนภายในระยะเวลาที่กฏหมายตามกรมศุลกากรกำหนดครับ  



หากมีข้อมูลหรือข้อสงสัยเพิ่มเติม  ยินดีครับ

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

ตอบ

ไปที่เวอร์ชันเต็ม