www.avaccount.com > บอร์ดบัญชีและภาษี

รถยนต์

(1/1)

นก:
1.ซื้อรถกะบะมา 1 คัน ขณะนั้นกิจการไม่ได้จดvat จึงนำ vat ไปรวมเป็นต้นทุนของรถกะบะ  แต่เดือนนี้กิจการได้จดทะเบียน vat แล้ว จะต้องบันทึกบัญชีและคิดค่าเสื่อมราคาอย่างจึงจะถูกต้อง

2. ซื้อรถตู้มา 1 คัน อยากทราบว่ารถตู้เคลมvat ได้หรือไม่



ขอบคุณค่ะ

town:
1.  หลักการคิดค่าเสื่อม  จะคิดค่าเสื่อมเมื่อสินทรัพย์พร้อมใช้งาน  ดังนั้นเมื่อเราบันทึกทรัพย์สินในขณะที่ยังไม่อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม  ก็จะต้องถือรวม vat เป็นส่วนหนึ่งของมูลค่าต้นทุนสินทรัพย์  เมื่อสินทรัพย์พร้อมใช้งานแล้วก็ให้เริ่มคิดค่าเสื่อมราคาจากมูลค่าต้นทุนในวันที่บันทึกสินทรัพย์ครับ



2.  ถ้าเป็นผู้ประกอบการในระบบภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว  ให้ดูคู่มือจดทะเบียนรถยนต์ครับว่า  ถ้าไม่ใช่รถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน ตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต  ภาษีซื้อก็มีสิทธิ์ขอคืนได้ครับ  



ศึกษาเพิ่มเติมตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 42) เรื่อง    การกำหนดภาษีซื้อที่ไม่ให้นำไปหักในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม ดูข้อ 2.

http://www.rd.go.th/publish/3398.0.html

นก:
ขอบคุณสำหรับข้อ 2 ค่ะ แต่ข้อ 1 ยังมีข้อสงสัยคือ วันที่ซื้อคือวันที่ 5/1/49 ราคา 442,800 บาท(รวม vat) โดยบันทึกเดบิต รถยนต์  442,800  เครดิต เจ้าหนี้ 442,800

แต่ปัจจุบันคืนเดือนสิงหาคมได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว

1. ปกติจ่ายเจ้าหนี้จะเดบิต เจ้าหนี้ 12,300 เครดิต เงินสด 12,300 กรณีสามารถใช้ vat ได้ จะบันทึกบัญชีอย่างไร

2. ค่าเสื่อมราคาก็คิดจากยอด 442,800 บาท ฉะนั้นปัจจุบันถึงแม้จะจด vat ก็ยังคิดจากยอดเดิมหรือคะ

อ้วน:
1.  เมื่ออยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว  ก็มีสิทธิ์ขอคืนภาษีซื้อได้ครับ  

- ตอนซื้อรถกระบะเมื่อวันที่  5/1/49  ราคาก่อน vat เท่ากับ  413,831.78  บาท  vat เท่ากับ 28,968.22 บาท  รวมทั้งสิ้น เท่ากับ  442,800 บาท  บันทึกโดย

Dr.  รถกระบะ      442,800

Cr.  เจ้าหนี้เช่าซื้อ   442,800



- ผ่อนจ่ายชำระเป็นรายเดือน  เดือนละ 11,495.33 บาท vat เท่ากับ 804.67 บาท  รวมทั้งสิ้น เท่ากับ 12,300 บาท  

เฉพาะก่อนที่จะเข้าระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม  บันทึกโดย

Dr.  เจ้าหนี้เช่าซื้อ  12,300

Cr.  เงินสด    12,300



- หลังเข้าระบบภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว  จะต้องมีการบันทึกปรับปรุงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม  ตามจำนวนงวดที่มีสิทธิ์ขอคืนภาษีซื้อ  โดยผมสมมติว่า  เริ่มผ่อนชำระงวดแรกในเดือน กพ. 49 และ เริ่มมีสิทธิ์ขอคืนภาษีซื้อได้ในเดือน สค. 49  จึงเท่ากับว่าไม่สามารถขอคืนภาษีซื้อได้ = เดือน กพ. 49 - กค. 49  จำนวน  6 เดือน  ซึ่งจะมีการผ่อนชำระทั้งสิ้น 36 งวด  ดังนั้นต้องปรับปรุงเฉพาะที่มีสิทธิ์ขอคืน  จำนวน  36 - 6 =  30 เดือน

Dr.  ภาษีซื้อรอขอคืน  24,140.10  ( ภาษีซื้อ/ เดือน 804.67 * 30 เดือน )

Cr.  รถกระบะ        24,140.10



- หลังปรับปรุงแล้วเมื่อมีการจ่ายชำระในเดือนสิงหาคม 49  ก็จะบันทึกโดย

Dr.  เจ้าหนี้เช่าซื้อ  12,300

Dr.  ภาษีซื้อ  804.67

Cr.  เงินสด  12,300

Cr.  ภาษีซื้อรอขอคืน  804.67



2.  ส่วนการคิดค่าเสื่อมราคา  ก็ให้คิดจากยอดมูลค่าทรัพย์สินหลังปรับปรุงภาษีซื้อออกแล้ว  ตามอายุการใช้งานปกติครับ  ในกรณีนี้มูลค่าทรัพย์สินที่จะนำมาคิดค่าเสื่อมราคาก็เท่ากับ  442,800 - 24,140.10 =  418,659.90  บาทครับ



3.  แต่ก็มีหลักคิดอีกแบบหนึ่งในกรณีที่จะไม่ปรับปรุงในทางบัญชีตามอย่างที่อธิบายไว้ในข้อ 1 และข้อ 2  ก็ให้ปรับปรุงเฉพาะในทางภาษี  โดยต้องปรับปรุงเป็น 2  ส่วนคือ

3.1  ภาษีซื้อที่มีสิทธิ์ขอคืน  แต่ไม่ขอคืน  ให้ถือเป็นภาษีต้องห้าม  แล้วบวกกลับในตอนคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล



3.2  การคิดค่าเสื่อมราคา  จะสูงเกินไปด้วยภาษีซื้อที่มีสิทธิ์ขอคืน  ดังนั้นค่าเสื่อมราคาในแต่ละรอบปีบัญชี  ก็จะต้องบวกกลับในส่วนที่คิดเกินครับ



ขัอสังเกตุ  จะเห็นได้ว่าในข้อ 3  นี้จะไม่มีการปรับปรุงในทางบัญชี  แต่ต้องบวกกลับในทางภาษีครับ

นก:
ขอบคุณสำหรับคำแนะนำค่ะ

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

ตอบ

ไปที่เวอร์ชันเต็ม