www.avaccount.com > บอร์ดบัญชีและภาษี

ภาษีคณะบุคคล

<< < (2/4) > >>

หยาด:
แต่คณะบุคคลที่ตั้ง

กรณีบ้านเช่า เป็นชื่อลูกๆ

กรณีอพาร์ทเม้นท์ เป็นชื่อ แม่และลูกๆนะค่ะ

จะทำอย่างไรถึงจะง่ายและประหยดัที่สุดค่ะ ระหว่าง เปลี่ยนชื่อคณะบุคคลให้เป็นชือ่พ่อ แต่ก็ยากตรงที่ว่าเสียภาษีไปแล้ว 1 ปี ส่วนบ้านเช่า เสียไปแล้ว 2 ปีนะค่ะ

หรือว่า ทำโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างคะ

หยาด:
ถ้าดิฉันจะเพิ่มชื่อในคณะบุคคลโดยการนำชื่อพ่อที่เป็นเจ้าของบ้าน และทีดินรวมสิ่งปลูกสร้างมารวมด้วย จะได้ไหมคะ หรือจะทำอย่างไร แต่ใบขออนุญาตสิ่งปลูกสร้างเป็นชื่อพ่ออย่างเดียว

ถ้าจะทำแบบให้เช่าช่วงต่อ โดยให้พ่อให้คณะบุคคลเช่าต่อ ต้องทำอย่างไรคะ และอัตราการเสียภาษีอย่างไรคะ

ร้อนใจมาก เพราะคิดผิดไป 1-2 ปีแล้ว



ขอโทษที่ต้องโพสหลายครั้งค่ะ

หยาด:
การแบ่งผลกำไร ไม่ได้แบ่งให้ลูกๆที่จัดตั้งนะคะ แต่ใช้จ่ายในครอบครัว ส่วนเงินที่เหลือเข้าบัญชีพ่อ อย่างนี้จะผิดไหมคะ

หยาด:
หรือว่า ยกเลิกคณะบุคคลไปเลยจะดีไหมคะ แล้วเสียภาษีในนามของพ่อไปเลย เพราะสามารถนำแม่มาหักลดหย่อนได้อีก แล้วที่เสียไปจะมีผลอย่างไรคะ



รบกวนคุณอ้วนช่วยด้วยนะคะ เพราะไม่สบายใจมากเลย

อ้วน:
มาดูทีละประเด็นที่คุณหยาดถามกันเลยครับ

1.  ทำธุรกิจเกี่ยวกับอพาร์ทเม้นท์  และมีเงินได้อยู่  2  ส่วนคือ

1.1  รายได้จากค่าเช่า  ถือเป็นเงินได้พึงประเมินประเภทที่ 5 ในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กฎหมายให้หักค่าใช้จ่ายได้ ดังนี้ คือ

(1) การให้เช่าทรัพย์สิน ผู้มีเงินได้มีสิทธิเลือกหักค่าใช้จ่ายวิธีใดวิธีหนึ่งดังนี้



           ก. หักตามความจำเป็นและสมควรหรือ



           ข. หักเป็นการเหมาในอัตราที่กำหนด



กรณีผู้ให้เช่าทรัพย์สิน เรียกเก็บเงินกินเปล่า เงินแป๊ะเจี๊ยะ เงินค่าปลูกสร้าง หรือเงินค่าซ่อมแซม อีกส่วนหนึ่งนอกเหนือจากค่าเช่า หรือได้รับประโยชน์อื่น เช่น ได้กรรมสิทธิ์ในอาคารหรือโรงเรือนที่ผู้เช่าทำการก่อสร้างลงบนที่ดินของผู้ให้เช่าแล้วยกให้ เงินหรือกรรมสิทธิ์ในอาคารหรือโรงเรือนเป็นเงินได้พึงประเมินเนื่องจากการให้เช่าทรัพย์สินของผู้ให้เช่า



กรณีที่เจ้าของที่ดินทำสัญญาให้ผู้อื่นทำการปลูกสร้างอาคารหรือโรงเรือนที่ดินของตน โดย ผู้ปลูกสร้างยกกรรมสิทธิ์ในอาคารหรือโรงเรือนที่ปลูกสร้างนั้นให้แก่เจ้าของที่ดินเมื่อสร้างเสร็จ และเจ้าของที่ดินตกลงให้ผู้ปลูกสร้างเช่าหรือให้เช่าช่วงอาคารหรือโรงเรือน หรือตกลงให้ผู้สร้างจัดหาผู้เช่าอาคารหรือโรงเรือนนั้นโดยตรงจากเจ้าของที่ดินเป็นการตอบแทนภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้คำนวณค่าแห่งอาคารหรือโรงเรือนนั้น เป็นเงินได้พึงประเมินของเจ้าของที่ดินตาม จำนวนปีแห่งอายุการเช่าใน อัตราร้อยละของมูลค่าอาคาร หรือ โรงเรือนในวันที่ได้รับกรรมสิทธิ์

http://www.rd.go.th/publish/556.0.html



1.2  รายได้จากค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศํพท์  ถือเป็นเงินได้พึงประเมินประเภทที่ 8 ในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กฎหมายยอมให้เลือกหัก ค่าใช้จ่ายวิธีใดวิธีหนึ่ง ดังนี้



           - หักตามความจำเป็นและสมควร หรือ



           - หักเป็นการเหมาในอัตราร้อยละตามที่กฎหมายกำหนด



ซึ่งก็เหมาะสมที่จะเลือกหักค่าใช้จ่ายตามจ่ายจริงครับ



2.  เราสามารถนำค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างอาคารมาทำเป็นต้นทุนสินทรัพย์เพื่อหักเป็นค่าเสื่อมราคาได้ครับ  แต่จะต้องมีเอกสารที่สมบูรณ์ประกอบรายการทรัพย์สินนั้น  เช่น  สัญญาว่าจ้างก่อสร้างอาคาร หรือบิลซื้อค่าวัสดุก่อสร้างที่สมบูรณ์ เป็นต้น  จึงจะสามารถถือเป็นต้นทุนทรัพย์สิน  แล้วเลือกหักค่าใช้จ่ายตามจ่ายจริง  ซึ่งก็คือ การหักค่าเสื่อมราคา



จึงสรุปได้ว่า  การเสียภาษีแบบเหมาจ่ายเหมาะสมกับธุรกิจที่ไม่มีเอกสารพิสูจน์รายจ่าย  ในกรณีนี้ก็คือ พวกสัญญารับเหมาก่อสร้าง หรือ บิลซื้อค่าวัสดุก่อสร้างที่สมบูรณ์   ส่วนการหักค่าใช้จ่ายตามจ่ายจริง  จะเน้นในเรื่องของความสมบูรณ์ของเอกสารจ่าย  จะเลือกตามจ่ายจริงต่อเมื่อมีเอกสารประกอบรายจ่ายที่สมบูรณ์เท่านั้นครับ



3.  การเลือกขอหักค่าใช้จ่ายตามความจำเป็นและสมควรนี้ ไม่จำเป็นต้องปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ ผู้มีเงินได้มีสิทธิเลือกปฏิบัติได้ว่า ปีใดจะหักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมา หรือปีใดจะหักค่าใช้จ่ายตามความจำเป็นและ สมควรได้ นอกจากนี้ในปีภาษีเดียวกันเองผู้มีเงินได้ยังอาจหักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาสำหรับเงินได้ประเภทหนึ่ง และหักค่าใช้จ่ายตามความจำเป็นและสมควรสำหรับเงินได้อีกประเภทหนึ่งได้ด้วย แต่เงินได้ประเภทและชนิด เดียวกัน หากเลือกหักค่าใช้จ่ายตามวิธีใดแล้ว จะต้องใช้วิธีเดียวกันสำหรับเงินได้ประเภทนั้นทั้งประเภท

http://www.rd.go.th/publish/6055.0.html



4.  เมื่อมีการแยกประเภททรัพย์สินการให้เช่าที่ชัดเจน  ก็สามารถหักเหมาค่าใช้จ่ายได้ตามประเภทของทรัพย์สินที่ให้เช่าได้ครับ



5.  ส่วนคำถามที่เกี่ยวกับรับเงินค่าเช่าห้องล่วงหน้า  รบกวนคุณหยาดอ่านกระทู้ที่ 02686 ดูก่อนครับ

http://www.avaccount.com/wb/show.php?No=2686&c=act



6.  เมื่อครบองค์ประกอบการดำเนินธุรกิจในรูปของคณะบุคคล  ต้องทำสัญญาในนามของคณะบุคคลครับ



7.  โฉนดที่ดินไม่สามารถ  ระบุชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ในนามของคณะบุคคลได้ครับ  เพราะคณะบุคคลเป็นเพียงหน่วยภาษี  ทางกรมที่ดินจะระบุชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์เป็นชื่อบุคคลครับ



ที่ดินไม่มีการคิดค่าเสื่อมราคาครับ



ส่วนใบเสร็จค่าก่อสร้าง จะแก้ไขเป็นชื่อคณะบุคคลได้หรือไม่นั้น  ก็ต้องมาดูครับว่า  ผู้รับเหมาเป็นใคร  และมีการทำสัญญารับเหมากันอย่างไรครับ



8.  ก็ยังเป็นมุมมองที่แตกต่างกันในส่วนของชื่อในโฉนดที่ดินว่า  ถ้าชื่อในโฉนดที่ดินระบุชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ผู้เดียวจะสามารถจดเป็นคณะบุคคลได้หรือไม่  ผมก็ลองมานั่งนึกว่าถ้าโฉนดที่ดินเป็นชื่อพ่อ  ใบอนุญาติก่อสร้างก็เป็นชื่อพ่อ  แต่เราจดคณะบุคคลก่อนการก่อสร้าง  โดยระบุว่าพ่อลงทุนที่ดิน  แม่และลูกๆ ลงทุนค่าก่อสร้าง  ในกรณีนี้ผมว่าก็น่าจะจดเป็นคณะบุคคลได้ครับ  ( เป็นเพียงความเห็นส่วนตัวนะครับ )



9.  หลักในการเสียภาษี  ให้ดูกรรมสิทธิ์ในตัวทรัพย์สินเป็นหลักครับ  ดังนั้นผมว่าถ้าฐานรายได้ไม่สูง  การกระจายฐานภาษีแล้วเสียภาษีในรูปของบุคคลธรรมดา  เป็นการวางแผนภาษีที่เสียภาษีน้อยที่สุดครับ ( คณะบุคคลก็ถือเป็นหน่วยภาษีในรูปของบุคคลธรรมดา ) แต่ต้องไม่ลืมนะครับ  ถ้าจะมีการโอนกรรมสิทธิ์ในตัวทรัพย์สินก็จะมีค่าธรรมเนียมและภาษีตามมา  จะต้องนำมาพิจารณาด้วยครับว่ามีความคุ้มค่าแค่ไหนครับ



10.  คณะบุคคลไม่สามารถเพิ่มชื่อได้ครับ  หากมีการออกก็ถือว่าคณะบุคคลนั้นต้องแจ้งเลิกเท่านั้นครับ  ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงผู้เป็นหุ้นส่วนในคณะบุคคลได้ครับ  แต่สามารถจดคณะบุคคลขึ้นมาใหม่โดยใช้ชื่อเดิมได้ครับ



11.  ส่วนการให้เช่าช่วง  ก็คำนวณเหมือนกับการให้เช่าครับ  เพียงแต่รายได้จะเกิดขึ้น  2  ครั้งตามการให้เช่า  เช่น  พ่อให้คณะบุคคลเช่า  พ่อก็จะต้องมีรายได้ค่าเช่าจากคณะบุคคล  ส่วนคณะบุคคลไปให้ผู้อื่นเช่าต่อ  คณะบุคคลก็จะต้องมีรายได้ค่าเช่าอีกเช่นกัน  เมื่ออยู่ในรูปของบุคคลธรรมดาวิธีการคำนวณก็เป็นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครับ



12.  ต้องแบ่งผลกำไรให้กับผู้ลงทุนในคณะบุคคลเท่านั้นครับ  ส่วนผู้ลงทุนในคณะบุคคลเมื่อได้รับผลกำไรแล้ว  จะนำไปใช้จ่ายอย่างไร  ก็เป็นเรื่องสิทธิส่วนบุคคลครับ



13.  ผมมองว่า  ถ้าคุณพ่อมีเงินได้จากหลายทาง  ก็จะยิ่งทำให้ฐานภาษีสูงครับ  เมื่อฐานภาษีสูงก็จะเสียภาษีมากครับ  ในกรณีของคุณหยาด  จะต้องนำรายได้ทุกทางมานั่งวิเคราะห์และคำนวณภาษี  แล้วเปรียบเทียบดูครับว่าทางเลือกไหนจะทำให้เสียภาษีน้อยที่สุดครับ



ยินดีครับ  ถ้าจะมีข้อมูลหรือข้อสงสัยเพิ่มเติมครับ  

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

[*] หน้าที่แล้ว

ตอบ

ไปที่เวอร์ชันเต็ม