www.avaccount.com > บอร์ดบัญชีและภาษี

ภงด.51,ภงด.91

(1/2) > >>

คุณจิ๊บ:
เรียน  คุณอ้วน

1. อยากทราบว่าแบบภงด.51 ไม่ต้องใส่ชื่อผู้จัดทำบัญชีและผู้สอบบัญชี ได้หรือไม่? แต่มาใส่ชื่อตอนยื่นภงด.50

2. อยากทราบว่าภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สามารถลดหย่อนประกันชีวิตได้สูงสุดเท่าไหร่ค่ะ

ขอคำแนะนำด้วยค่ะ

ขอบคุณค่ะ

town:
1.  ในทางกฏหมายก็ไม่ได้ระบุไว้ชัดเจน  แต่ถ้าดูตามแบบก็แสดงว่าทางกรมสรรพากร  มีเจตนาให้เราระบุชื่อผู้จัดทำบัญชีและผู้สอบบัญชีด้วยครับ  แต่ในทางปฏิบัติโดยส่วนใหญ่ก็ไม่ใส่ชื่อกันครับ  ยกเว้นบางเขตที่เจ้าหน้าที่เข้มงวดก็จะให้กิจการระบุชื่อลงไปครับ  ซึ่งก็ใส่ชื่อเก่าไปก่อนครับแม้ปลายปีจะมีการเปลี่ยนชื่อผู้จัดทำบัญชี หรือ ผู้สอบบัญชี ก็ไม่เป็นไรครับ



2.  การหักลดหย่อน หมายถึง รายการต่างๆ ที่กฎหมายได้กำหนดให้หักได้เพิ่มขึ้นหลังจากได้หักค่าใช้จ่ายแล้ว เพื่อเป็นการบรรเทาภาระภาษีให้แก่ผู้เสียภาษีก่อนนำเงินได้ที่เหลือซึ่งเรียกว่าเงินได้สุทธิไปคำนวณภาษีตามบัญชีอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา รายการหักลดหย่อนกรณีต่าง ๆ มีดังต่อไปนี้



1.4 เบี้ยประกันภัย  ที่ผู้มีเงินได้จ่ายไปในปีภาษี สำหรับการประกันชีวิตของผู้มีเงินได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง โดยส่วนแรกหักได้ 10,000 บาท ส่วนที่เกิน 10,000 บาท หักได้ไม่เกินเงินได้หลังจากหักค่าใช้จ่าย แต่ไม่เกิน 40,000 บาท ทั้งนี้ เฉพาะในกรณีที่กรมธรรม์ประกันชีวิตมีกำหนดเวลาตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป และการประกันชีวิตนั้นได้เอาประกันไว้กับผู้รับประกันภัยที่ประกอบกิจการประกันชีวิตในราชอาณาจักร

       ในกรณีสามีหรือภริยาของผู้มีเงินได้มีการประกันชีวิตและความเป็นสามีภริยาได้มีอยู่ตลอดปีภาษีให้หักลดหย่อนได้ด้วยสำหรับเบี้ยประกันที่จ่ายสำหรับการประกันชีวิตของสามีหรือภริยานั้นตามเกณฑ์ข้างต้น

        การฝากเงินออมสินประเภทสงเคราะห์ชีวิตและครอบครัว ก็อยู่ในข่ายที่จะขอหักลดหย่อนตามเกณฑ์นี้ได้ด้วย



http://www.rd.go.th/publish/557.0.html



สรุปหักลดหย่อนค่าเบี้ยประกันภัยได้สูงสุด  50,000 บาท  เพียงแต่ต้องมีเงื่อนไขตามข้อ 1.4  เท่านั้นครับ

คุณจิ๊บ:
เรียน คุณอ้วน

ขอถามต่อค่ะ การประมาณการงานก่อสร้าง โดยเอารายได้ และค่าใช้จ่าย ตั้งแต่เดือนมกราคม – มิถุนายน แล้ว คูณ 2 คือรายได้ และค่าใช้จ่ายทั้งปี ก่อนที่จะคำนวณทั้งปี ลงในแบบภงด.51 ช่วงเดือนกรกฎาคม – สิงหาคม นั้น เราสามารถเห็นโครงการที่ประมูลได้ หรือเสร็จงานแล้ว เกิดขึ้นว่ามีอะไรบ้าง อาจจะยังไม่แค่นี้ ทางบริษัทฯ อาจจะประมูลได้อีกหลังเดือนสิงหาคม  จำเป็นไหม? ที่ต้องนำยอดรายได้ที่ประมูลได้ หรือเสร็จงานแล้วรับเงินค่างานแล้วหลังเดือนมิถุนายน นำมาคำนวณด้วย

อ้วน:
ควรนำมาพิจารณาประกอบด้วยครับ  เพราะการได้ตัวเลขผลการดำเนินงานจริง  ของเดือนกรกฏาคม - สิงหาคม  นั้นจะช่วยให้การทำประมาณการกลางปี  มีความใกล้เคียงกับตัวเลขที่จะเกิดขึ้นจริงทั้งปีครับ  

คุณจิ๊บ:
เรียน  คุณอ้วน

ขอถามต่อค่ะ

ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ที่ถูกหักไว้ ยอดที่ต้องแสดงในแบบภงด.51 คือยอดภาษีถูกหัก ณ ที่จ่าย ตั้งแต่เดือนมกราคม – มิถุนายน เท่านั้น ฉะนั้นภาษีที่ต้องชำระในแบบภงด.51 สูงกว่าความเป็นจริง เพราะเอารายได้เดือนกรกฎาคม-สิงหาคม เข้ามาคำนวณ แต่ภาษีถูกหักไม่ได้เอาเข้ามาหักด้วย  

ทางเจ้าของกิจการไม่ยอม แจ้งว่าถ้าเอารายได้ของเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมที่รับเงินแล้วมายื่นภงด.51 ต้องเอาภาษีถูกหัก ณที่จ่ายมาหักออกด้วย

ตัวอย่าง เดือนมกราคม-มิถุนายน มีค่างาน 90,000.- บาท เดือนกรกฎาคม – สิงหาคม มีค่างานเพิ่มอีก 700,000.- บาท ทั้งหมดนี้ได้รับเงินค่างานเรียบร้อยแล้ว มีภาษีถูกหัก ณ ที่จ่าย 7-8 พันบาท ถ้าเอาค่างานครึ่งปีแรกคูณ2 แล้วทำให้รายได้ทั้งปีต่ำไป เท่าที่ดูแล้วรายได้ต่อปีไม่เกิน 2 ล้าน หรืออาจจะเกิน 2 ล้านก็ได้

หากเราเอายอด 790,000.- คูณด้วย 2 จะได้ 1,580,000.- ค่าใช้จ่ายประมาณ 96% จะเป็นกำไรสุทธิทั้งปีประมาณ 4% ได้ประมาณ 63,200.- หาร 2 ได้กำไรสุทธิครึ่งปี 31,600.- บาท ภาษี15% เป็นเงิน 4,740.- บาท แต่ภาษีถูกหัก ณ ที่จ่าย มีจำนวน 900.- บาท (เดือนมค.-มิย.) ทำให้เสียภาษี 3,840.- บาท  อย่างนี้จะทำอย่างไรดีค่ะ

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

ตอบ

ไปที่เวอร์ชันเต็ม