www.avaccount.com > บอร์ดบัญชีและภาษี

มูลค่าสินค้าคงเหลือ

(1/1)

วรรณ:
การคำนวณมูลค่าสินค้าคงเหลือด้วยวิธีถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก เป็นที่นิยมใช้หรือไม่คะ และมีข้อดีข้อด้อยอย่างไรบ้างคะ และในทางสรรพากร กับการเข้าตรวจนั้น วิธีนี้มีปัญหาจุดไหนอย่างไรบ้างคะ



รบกวนผู้รู้ช่วยตอบด้วยค่ะ

อ้วน:
1.  ตามมาตราฐานการบัญชีฉบับที่ 31  เรื่อง สินค้าคงเหลือ  กล่าวว่า  การตีราคาสินค้าคงเหลือควรตีตามราคาทุนหรือมูลค่าสุทธิที่จะได้รับแล้วแต่ราคาใดจะต่ำกว่า  ซึ่งมาตราฐานการบัญชีฉบับนี้ได้กำหนดแนวทางให้ปฏิบัติในการคำนวณราคาทุนของสินค้าคงเหลือ  3  วิธีคือ  วิธีราคาเจาะจง  วิธีเข้าก่อนออกก่อน  และวิธีถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก  นอกจากนี้ยังมีวิธีที่อาจเลือกปฏิบัติอีก 1 วิธีคือ  วิธีเข้าหลังออกก่อน  



2.  ตามมาตรา 65 ทวิ  (6) ราคาสินค้าคงเหลือในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี ให้คำนวณตามราคาทุนหรือราคาตลาด แล้วแต่อย่างใดจะน้อยกว่า และให้ถือราคานี้เป็นราคาสินค้าคงเหลือยกมาสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีใหม่ด้วย

    การคำนวณราคาทุนตามวรรคก่อน เมื่อได้คำนวณตามหลักเกณฑ์ใด ตามวิชาการบัญชี ให้ใช้หลักเกณฑ์นั้นตลอดไป เว้นแต่จะได้รับอนุมัติจากอธิบดีจึงจะเปลี่ยนหลักเกณฑ์ได้

http://www.rd.go.th/publish/5939.0.html#mata65_2



3.  ตามความเห็นส่วนตัว  ผมมองว่าวิธีการนี้  ก็เป็นที่นิยมใช้ครับ  เพียงแต่วิธีเข้าก่อนออกก่อน  จะเหมาะใช้กับกิจการที่ขายสินค้าอุปโภคบริโภคที่ราคาทุนของสินค้าไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงบ่อยครั้ง และใช้กับสินค้าที่ขายได้บ่อยๆ



4.  กับการเข้าตรวจสอบของสรรพากรนั้น  ปัญหาคงไม่ได้อยู่ที่วิธีการตีราคาสินค้าเนื่องจากเป็นวิธีการบัญชีที่ปฏิบัติโดยทั่วไป และเป็นไปตามมาตราฐานการบัญชี  



ปัญหาที่ผมมอง  มักจะเกิดจากการตรวจนับปริมาณจริงแล้วเทียบกับยอดคงเหลือตามบัญชี  เกิดผลต่าง  หรือไม่อาจพิสูจน์ที่มาของสินค้าได้ หรือเอกสารประกอบรายการซื้อไม่สมบูรณ์  เป็นต้น

วรรณ:
และถ้าเป็นกิจการผลิตสินค้าบริโภคซึ่งมี 2 ขั้นตอน ขั้นแรก นำวัตถุดิบมาแปรรูปก่อน อีก 2 วันหลังจากให้วัตถุดิบแปรรูปนั้นอิ่มตัว และค่อยนำมาผสมตามสูตรและบรรจุเป็นสินค้า ใช้วิธีถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก เหมาะหรือไม่คะ



ถ้าอย่างนั้น บางครั้งต้นทุนต่อลูกค้าอาจไม่ตรงเพราะราคาถัวเฉลี่ยกันหมดแล้วใช่หรือไม่คะ

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

ตอบ

ไปที่เวอร์ชันเต็ม