www.avaccount.com > บอร์ดบัญชีและภาษี

บัญชีลูกหนี้การค้า

(1/2) > >>

คุณจิ๊บ:
เรียน  คุณอ้วน

1. ดิฉันดูงบการเงินของลูกค้า ปรากฎว่าบัญชีลูกหนี้การค้าติดอยู่ในงบการเงินเป็นหลักล้าน ตั้งแต่ปี 2545 หรือ 2546 ประมาณนั้น จนถึงปี 2548 บัญชีลูกหนี้การค้ายังคงอยู่เท่าเดิม คุณอ้วนพอจะมีทางแก้ไขไหมค่ะ ที่จะทำให้บัญชีลูกหนี้การค้าหมดไป ได้สอบถามทางเจ้าของกิจการแล้วปรากฎว่าไม่ทราบเหมือนกันว่าทำไมมีบัญชีลูกหนี้การค้าค้างเยอะขนาดนั้น ไม่มีหลักฐานตรวจสอบ(ดูจากรายงานผู้สอบบัญชี) ดิฉันเพิ่งรับงานบัญชีในปี49นี้เอง

อ้วน:
1.  ก่อนอื่นให้ตรวจสอบก่อนครับว่า  หน้ารายงานผู้สอบบัญชี ตั้งแต่ปี 45 จนถึง ปี 48  มีวรรคเงื่อนไข  หรือวรรคเน้นในเรื่องใดบ้าง โดยเฉพาะในเรื่องของลูกหนี้การค้ามีหรือไม่  ถ้ามีเป็นอย่างไร



2.  ต่อมาให้ดูครับว่า  สรุปแล้วทุกปีที่ผ่านมา  มีรายละเอียดลูกหนี้การค้ารายตัวหรือไม่  สามารถพิสูจน์ใบกำกับภาษีขายได้หรือไม่  เพราะหากไม่มีที่มาของยอดลูกหนี้การค้า  เมื่อสรรพากรตรวจสอบพบ  มักจะอ้างเป็นเหตุให้เราต้องยื่นภาษีมูลค่าเพิ่มในส่วนนี้ครับ  



3.  แต่ถ้ามีที่มาชัดเจนกล่าวคือ  มีการเปิดใบกำกับภาษีขายและนำส่ง vat ขายแล้ว  แต่ไม่สามารถหาสาเหตุของการค้างชำระได้  ก็มี  2  แนวทางในการปฏิบัติคือ

ก.  ให้ติดต่อลูกหนี้การค้า  แต่ละราย  แล้วขอข้อมูลในการชำระหนี้ตาม Inv. แต่ละใบ  ว่าระบุการจ่ายเมื่อใดและจ่ายเป็นอะไร แล้วใครเป็นผู้รับเงินหรือเช็คด้งกล่าว แล้วนำข้อมูลมาตรวจสอบกับทางบริษัท  เพื่อหาดูว่าเกิดข้อผิดพลาดที่ใด  สามารถแก้ไขได้อย่างไรบ้าง

ข.  แต่ถ้าไม่สามารถตรวจสอบการรับชำระจากลูกหนี้อะไรได้เลย  ถ้าต้องการให้ตัดลูกหนี้ดังกล่าวออกและถือเป็นรายจ่ายในทางภาษี  ก็จะต้องปฏิบัติตาม กฎกระทรวง ฉบับที่ 186 (พ.ศ. 2534) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการจำหน่ายหนี้สูญจากบัญชีลูกหนี้ แต่ถ้าปฏิบัติไม่ได้  ตามความเห็นส่วนตัวผม  อย่างไรก็ต้องตัดออกจากบัญชี  โดยปรับปรุงบัญชีดังนี้

Dr.  หนี้สูญ ( ถือเป็นรายจ่ายต้องห้าม )

Cr.  ลูกหนี้การค้า

คุณจิ๊บ:
เรียน  คุณอ้วน

จากคำตอบของคุณอ้วนข้อที่1 รายงานผู้สอบบัญชีได้ชี้แจงรายละเอียดว่า"ข้าพเจ้าไม่สามารถตรวจสอบยอดคงเหลือของลูกหนี้การค้าจำนวนรวมประมาณ6ล้าน เนื่องจากไม่ได้รับเอกสารที่น่าเชื่อถือจากแหล่งภายนอกเพื่อประกอบการตรวจสอบ และข้าพเจ้าไม่สามารถวิธีการตรวจสอบอื่นให้เป็นที่พอใจสำหรับมูลค่าดังกล่าว ข้าพเจ้าไม่สามารถสรุปรายการปรับปรุงซึ่งอาจจำเป็นที่จะมีผลกระทบต่อผลการดำเนินงานได้"  

และคำตอบข้อที่2-3 จากการดูเอกสารแล้ว รายงานภาษีซื้อ-ขายยังไม่ตรงกับแบบภพ.30เลย  และไม่มีรายละเอียดลูกหนี้การค้ารายตัว ดิฉันไม่สามารถตรวจสอบอะไรได้เลยค่ะ งบทดลอง บัญชีแยกประเภท สมุดรายวันต่างๆ ใบสำคัญจ่าย ใบสำคัญรับ ใบสำคัญทั่วไป ยังไม่มีเลย การจัดเรียงเอกสารไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย ดิฉันคิดว่าควรจะล้างบัญชีที่ตั้งค้างจ่าย จ่ายล่วงหน้าของปี48ให้หมดไป แล้วมาวางระบบใหม่ในปี49 ส่วนปีก่อนๆ ก็จะปล่อยไปเพราะดิฉันไม่ใช่เป็นผู้ทำบัญชี แต่ก็ยังติดปัญหาอยู่หลายอย่าง เช่นบัญชีเจ้าหนี้การค้า ไม่ทราบว่ามีใครบ้าง เพราะยอดเยอะมาก ค่าใช้จ่ายค้างจ่ายต่างๆ ยอดก็เยอะ รายละเอียดทะเบียนทรัพย์สินปีก่อนๆก็ไม่มี มีแต่ยอดสรุปเป็นเท่าไร?  รายงานผู้สอบบัญชีผู้สอบบัญชีไม่สามารถแสดงความเห็นเนื่องจากมีปัญหาเรื่องเอกสารหลักฐานประกอบไม่มี ปัญหาดังกล่าวดิฉันจะเริ่มแก้ไขตรงไหนก่อนดีคะคุณอ้วน ขอคำแนะนำด้วยค่ะ

ขอบคุณค่ะ

007:
ในฐานะผู้ทำบัญชี  ไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ผ่านมานะครับ ว่าถูกหรือไม่ถูก  เพียงแต่ว่าเราต้องมีวิจารณญานในการทำบัญชีในปีปัจจุบันว่า สมเหตุสมผลเพียงใด



ดังนั้น  สินทรัพย์ที่ไม่มีตัวตน และไม่มีการยืนยันเป็นหลักฐานจากบุคคลภายนอก เราก็ควรขจัดออกไป และทำหนังสือรับรองจากผู้ประกอบการว่าเราได้รับหลักฐานทีครบถ้วนแล้ว



คุณอ้วนช่วยเสริมด้วยครับ

อ้วน:
1.  ให้เริ่มจากการอธิบายถึงความไม่ให้ความสนใจในงบการเงินของกิจการกับทางผู้บริหาร  ว่า ณ ปัจจุบันได้มีผลกระทบอย่างไรบ้าง  เสนอวิธีการแก้ไข  และให้ผู้บริหารตัดสินใจว่าจะดำเนินแก้ไขอย่างไร  เพราะเราเป็นเพียงผู้ทำบัญชี  ทำได้เพียงเสนอทางแก้ไขให้เป็นประโยชน์กับกิจการให้มากที่สุด  แต่การตัดสินใจยังคงเป็นของผู้บริหารครับ



2.  ตามความเห็นส่วนตัวผม  การที่งบการเงินไม่สะท้อนข้อมูลที่ถูกต้อง ณ ช่วงเวลาหนึ่งเวลาใด  ก็ไม่มีประโยชน์ใดที่จะนำข้อมูลนั้นมาใช้  ดังนั้นหากไม่สามารถตรวจสอบเพื่อแก้ไขให้ถูกต้องได้  ผมก็จะปรับปรุงบัญชีเหล่านั้นออก  แม้จะต้องเสียประโยชน์ในแง่ภาษีอากรก็ตาม  

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

ตอบ

ไปที่เวอร์ชันเต็ม