www.avaccount.com > บอร์ดบัญชีและภาษี

เงินได้จากการประกอบวิชาชีพหมอ

(1/1)

a:
 ทำงานเป็นลูกจ้างบริษัท ได้เงินเดือน และได้ค่าใบประกอบโรคศิลป์ ใบ slip เงินเดือนจะเขียนแยกกันว่า เงินเดือน , ค่าวิชาชีพ กรณีเช่นนี้ถือว่าในส่วนที่เป็นค่าวิชาชีพ เข้าข่ายข้อ 6 ที่ว่า หักค่าใช้จ่ายได้ 60% หรือไม่ (ทราบว่าปกติถ้าเป็นเงินได้บุคคลธรรมดาจะหัก 40% สูงสุดไม่เกิน 60000 บาท) แต่เพิ่งได้รับใบสรุปการหักภาษีที่บริษัทหักไว้ทุกเดือน โดยบริษัท สรุปเงินเดือนบวกรวมกับค่าวิชาชีพเป็นเงินได้รวมทั้งปี ไม่ได้แยกแจกแจงเหมือนเวลาพิมพ์ใน slip เงินเดือนค่ะ - จึงไม่แน่ใจว่า ค่าวิชาชีพที่บริษัทให้ทุกเดือนเข้าข่ายหัก 60 % หรือไม่ //และรบกวนอธิบายกรณี หักค่าใช้จ่ายได้ 60% ของผู้ประกอบวิชาชีพว่า ทำอย่างไร-กรณีใดจึงเข้าข่ายประกอบวิชาชีพ

ขอบคุณมากค่ะ





อ้วน:
ผมขออธิบายดังนี้ครับ

การประกอบโรคศิลปะ หมายความครอบคลุมถึงแพทย์ ทันตกรรม เภสัชกรรม พยาบาล ผดุงครรภ์ กายภาพบำบัด และเทคนิคการแพทย์



ตามประมวลรัษฎากร เงินได้ของนายแพทย์สามารถตีความเป็นเงินได้ที่แตกต่างกันถึง 4 ประเภทคือ

1. ถือเป็นประเภทเงินเดือนค่าจ้างตาม มาตรา 40 ( 1 ) แห่งประมวลรัษฎากร สามารถหักค่าใช้จ่ายเหมาได้เพียง 40% แต่ไม่เกิน 60,000 บาท

2. ถือเป็นเงินได้จากการรับทำงานให้ตามมาตรา 40 ( 2 ) ซึ่งหักค่าใช้จ่ายรวมกันกับประเภท 40 ( 1 ) ได้เพียง 40% แต่ไม่เกิน 60,000 บาท

3. เข้าลักษณะเป็นวิชาชีพอิสระตามนัยมาตรา 40 ( 6 ) ซึ่งสามารถเลือกหักค่าใช้จ่ายได้ 2 แบบคือหักเหมาได้ 60% โดยไม่จำกัดเพดาน หรือจะเลือกขอหักค่าใช้จ่ายได้ตามที่เกิดขึ้นจริงก็ได้ ( เช่น เงินเดือน ค่าเช่าร้าน ค่าเสื่อมราคาเครื่องมือเครื่องใช้ ค่าสาธารณูปโภค ค่าซื้อยาและเวชภัณฑ์ เป็นต้น )

4. เงินได้ตามมาตรา 40 ( 8 ) กรณีดำเนินกิจการในรูปธุรกิจ โดยมีรายจ่ายดำเนินงานมาก เช่น โพลีคลินิก หรือกรณีให้บริการ 24 ชั่วโมงโดยมีเตียงไว้รับผู้ป่วยค้างคืน เป็นต้น ซึ่งสามารถเลือกหักค่าใช้จ่ายได้ 2 วิธีคือ หักเหมา 75% หรือหักรายจ่ายตามที่เกิดขึ้นจริง



หลักในการพิจารณาของกรมสรรพากรมีตัวอย่างดังนี้

1. กรณีเงินได้จากการจ้างแรงงานตามมาตรา 40 ( 1 )

จะต้องเป็นลักษณะที่แพทย์มีความสัมพันธ์กับโรงพยาบาลในฐานะนายจ้างกับลูกจ้าง เช่น นายแพทย์ทั้งหลายที่รับราชการตามโรงพยาบาลของรัฐ เช่น โรงพยาบาลจุฬา โรงพยาบาลศิริราช หรือทำงานประจำตามโรงพยาบาลเอกชน เป็นต้น

ตัวอย่างเช่น

นาย ฮ. เป็นแพทย์ประจำโรงพยาบาล แสดงรายได้จากการประกอบอาชีพโรคศิลปะที่ได้รับจากโรงพยาบาล ในอัตราค่าธรรมเนียมแพทย์ร้อยละ 60 และประกันรายได้ขั้นต่ำให้แพทย์เดือนละ 65,000 บาท ซึ่งหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายของโรงพยาบาล ระบุว่านาย ฮ. ได้รับเงินได้จากการประกอบโรคศิลปะในปี พ.ศ. 2547 เพียง 3 เดือน จำนวนเงิน 200,500 บาท แต่จากหลักฐานการจ่ายเงินได้ของโรงพยาบาล ปรากฏว่าโรงพยาบาลได้หักภาษี ณ ที่จ่ายของนาย ฮ. นำส่งด้วยแบบ ภงด.1 ตั้งแต่เดือน ตุลาคม - ธันวาคม พ.ศ. 2547 และเดือนมกราคม พ.ศ. 2548 จ่ายเงินได้ในอัตราที่เท่ากันเดือนละ 65,000 บาท ไม่ปรากฏว่ามีการจ่ายเงินได้สูงกว่าการประกันรายได้ขั้นต่ำ

กรณีดังกล่าว หากเป็นกรณีที่ผู้ป่วยเป็นคนไข้ของโรงพยาบาล มิใช่คนไข้ที่แพทย์ นำเข้ารักษาในโรงพยาบาลเองเป็นครั้งคราว โดยแพทย์มีกำหนดระยะเวลาปฏิบัติงานที่แน่นอน และมีรายได้ในลักษณะเป็นประจำเดือน แม้จะมีข้อตกลงการแบ่งรายได้และประกันรายได้ขั้นต่ำของแพทย์ดังกล่าว เงินได้ที่แพทย์ได้รับถือได้ว่าเป็นเงินได้จากการจ้างแรงงานในลักษณะเงินเดือนตามมาตรา 40 ( 1 )



2. กรณีที่ถือเป็นเงินได้จากการับทำงานให้ตามมาตรา 40 ( 2 )

เงินได้ในกรณีนี้จะมีลักษณะคล้ายกับมาตรา 40 ( 1 ) ข้อแตกต่างก็คือ มาตรา 40 ( 2 ) เป็นต่าตอบแทนที่โรงพยาบาลคิดให้ตามผลสำเร็จของงาน ไม่ใช่ลักษณะนายจ้างกับลูกจ้าง

ตัวอย่างเช่น

นายแพทย์ ก. เป็นสูตินรีแพทย์โรงพยาบาลหัวเฉียว และไปทำงานช่วงเย็นเป็นครั้งคราวในสถานพยาบาลอีกแห่งหนึ่ง โดยได้รับค่าตอบแทนหรือค่าจ้างจากการทำงานเป็นจำนวนแน่นอนในแต่ละเดือนไม่ว่าหน้าที่ ตำแหน่งงาน หรืองานที่รับทำให้นั้นจะเป็นงานประจำหรือชั่วคราว ค่าตอบแทนที่ได้รับถือเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 ( 2 )



3. กรณีถือเป็นการประกอบวิชาชีพอิสระตามมาตรา 40 ( 6 )

การตีความเป็นวิชาชีพอิสระตามมาตรา 40 ( 6 ) จะต้องเป็นค่าตอบแทนที่ได้รับจากการใช้วิชาชีพแพทย์รักษาคนไข้ เช่น เปิดคลินิกรักษาไข้ หรือหากเป็นกรณีรักษาคนไข้ตามโรงพยาบาล นายแพทย์จะเป็นผู้รับคนไข้มาทำการรักษาแล้วแบ่งรายได้แก่โรงพยาบาล

ตัวอย่างเช่น

โจทย์ได้รับอนุญาตให้ประกอบโรคศิลปะเป็นแพทย์ประจำโรงพยาบาลหัวเฉียว ได้รับค่าจ้างเป็นรายเดือน และยังได้รับเงินจากการักษาคนไข้ในโรงพยาบาลหัวเฉียว นอกจากเวลาทำงานปกติ รายได้ในส่วนหลังจะต้องแบ่งเข้าโรงพยาบาลหัวเฉียว ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 20 อย่างสูงไม่เกินร้อยละ 80 จึงเป็นรายได้ที่โจทย์ได้รับจากคนไข้ที่โจทย์รับมาทำการรักษา โดยโจทย์ใช้สถานที่ของโรงพยาบาลหัวเฉียว มิใช่เงินที่โรงพยาบาลจ่ายให้เป็นเงินเดือนหรือค่าจ้างแก่โจทย์ ดังนี้จึงเป็นเงินที่โจทย์ได้รับจากการประกอบวิชาชีพอิสระ ตามมาตรา 40 ( 6 ) มิใช่เงินได้ตามมาตรา 40 ( 2 )

สุพิศ:
อยากทราบเงินค่าประกอบวิชาชีพพยาบาล และวิชาชีพเภสัชกรรม  ว่ามีค่าประกอบวิชาชีพเป็นจำนวนเงินเท่าไรค่ะ

 ขอความกรุณาช่วยตอบด้วยค่ะ

  ขอบคุณมากค่ะ

กิติยา:
ทำงานเป็นลูกจ้างบริษัท ได้เงินเดือนและได้ค่าตอบแทนจะยื่นแบบภาษีและหักภาษีอย่างไร

เฟรม:
อยากทราบชื่อผู้แต่ง และเนื้อหามากกว่านี้

เครป่ะ

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

ไปที่เวอร์ชันเต็ม