www.avaccount.com > บอร์ดบัญชีและภาษี

เช่าที่ดินและอาคาร

(1/1)

นุช:
มีที่ดินพร้อมอาคาร อยู่ แปลง หนึ่ง ทำโรงแรมแล้ว จะหมดสัญญาเช่ากับผู้เช่าเดิม อีก 6 เดือนนี้ คิดว่าจะเอามาทำเอง แต่ จะวางแผนภาษี แบบนี้ ถูกต้อง ไหมค่ะ คุณอ้วน หรือคุณอ้วนว่าวิธีไหน ดีกว่า ช่วยแนะนำด้วยค่ะ

ตั้ง นิติบุคคล ขึ้นมา ก็มีในวงเครือญาติ ร่วมหุ้นกัน โดยมีเราเป็น กรรมการผู้ถือหุ้น รายใหญ่ในบริษัทดำเนินกิจการไป โดยที่บริษัทที่ตั้งขึ้นมานี้ ก็มาเช่าที่ดิน จากเราเพราะชื่อในที่ดิน เป็นของเราคนเดียว จะเรียนถามคุณอ้วนดังนี้ค่ะ

1. ค่าเช่าที่บริษัทจะเช่าจากเรา ควรตั้งราคาอย่างไรดี เพราะกลัว เดี๋ยวสรรพากร จะว่าถูกไป แพงไปบ้าง เขามีวิธีประเมิน อย่างไร

2.เมื่อสัญญาเช่าหมดลง เราต้องเสียภาษีอันเนื่องจากได้ อาคาร มาหรือเป่า ทำสัญญาไว้ 20ปี สัญญาเช่าที่ดินพร้อมอาคารเดิมมีอาคารบ้างแล้ว แต่ผู้เช่าก็สร้างเพิ่มเติมบ้าง ถ้าเสีย จะเอาราคาจากไหน มาประเมินเสียภาษี

3.เราต้องจดทะเบียนบริษํทก่อนจะหมดสัญญาเช่า หรือ รอให้หมดสัญญาเช่าก่อน ค่อย ไป จด ดี เพราะ ต้อง มีการปรับปรุง ตกแต่งใหม่เพิ่มเติม

4. การเสียภาษี จากค่าเช่าที่ดิน กับ ภาษีในบริษัท เสียกันคนละฐานภาษีใช่ไหม

5. เงินเดือน จากการเป็นกรรมการในบริษัท เราต้องเอามารวมกันกับ รายได้ค่าเช่า เพื่อเสียภาษ๊บุคคลธรรมดาของเรา ใช่หรือไม่

town:
1.  ประเมินจากตัวทรัพย์สิน และทำเลที่ตั้ง  ประกอบกับราคาตลาดของบริเวณใกล้เคียง  แล้วเทียบเคียงดูว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ครับ  เช่น  การเช่าที่ดินที่เขตสาธร  ราคาค่าเช่าก็จะต้องสูงกว่า  แถวเขตสะพานสูง  และลักษณะของตัวโรงแรมมีขนาดกี่ชั้น  กี่ห้อง  



2.  ต้องดูครับว่าจะมีการต่ออายุสัญญาเช่ากันหรือไม่  ถ้าไม่จึงค่อยมาดูครับว่า  มีทรัพย์สินอะไรบ้างที่ไม่ใช่ทรัพย์สินที่ให้เช่า  เช่น  ผู้เช่าได้มีการต่อเติมอาคารบางส่วนเพิ่มขึ้น  ซึ่งนอกเหนือจากทรัพย์สินที่ให้เช่า  แล้วยกให้แก่ผู้ให้เช่า  ถ้าเป็นเช่นนี้ก็ต้องถือว่าบุคคลผู้ให้เช่าได้รับทรัพย์สินมา  จึงจะต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามราคาประเมินของกรมที่ดิน  ซึ่งเจ้าหน้าที่กรมที่ดินจะเป็นผู้ประเมินครับ  ส่วนรายละเอียดลึกๆ  คงต้องรบกวนสอบถามกับทางกรมที่ดินครับ



3.  ในเรื่องนี้เป็นเรื่องของการวางแผนในการประกอบธุรกิจ  ดังนั้นจึงควรตอบคำถามให้ชัดเจนก่อนดำเนินการดังนี้

3.1  เราตั้งใจจะดำเนินธุรกิจโรงแรมเองหรือไม่

3.2  เรามีความรู้ความเข้าใจในธุรกิจนี้หรือไม่  

3.3  ทุนที่จะนำมาใช้หมุนเวียนในธุรกิจ  มาจากแหล่งใด  และมีเพียงพอต่อการดำเนินธุรกิจหรือไม่  เช่น  มีทุนของตัวเอง หรือ ต้องไปกู้ยืมธนาคาร  เป็นต้น

3.4  กลุ่มลูกค้าเป้าหมายเป็นใคร  และมีกลุ่มลูกค้าเก่าหรือไม่  หรือ ต้องหาลูกค้าใหม่ทั้งหมด

3.5  มีผู้บริหารและพนักงาน  เหมาะสมกับโครงสร้างของธุรกิจหรือไม่  กล่าวคือ  ต้องมีการจัดทำโครงสร้างของกิจการให้เหมาะสมกับธุรกิจ และมีพนักงานพร้อมที่จะทำงานในแต่ละส่วน  เพราะหากยังขาดคน หรือคนยังไม่มีความพร้อม ก็จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจครับ

3.6  ธุรกิจของเรามีขนาดเล็ก - ใหญ่ขนาดไหน  เพื่อจะได้มาวางแผนว่า  เหมาะสมที่ดำเนินธุรกิจในรูปแบบใด  เช่น  จะเป็นบุคคลธรรมดา หรือ นิติบุคคล  เป็นต้น

3.7  ความเข้าใจในภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ และค่าใช้จ่ายต่างๆ ของรูปแบบธุรกิจ  เพื่อประกอบการตัดสินใจ  เช่น  เป็นนิติบุคคล  ก็จะต้องมีภาระหน้าที่มากกว่าบุคคลธรรมดา  และก็จะต้องมีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่า  แต่ก็มีข้อดีในแง่ของความมั่นคงในการประกอบธุรกิจ และความน่าเชื่อถือ  เป็นต้น



เมื่อมีข้อมูลในการตัดสินใจแล้ว  ก็จะตอบคำถามในส่วนที่คุณนุชสงสัยได้ครับ



4.  ผมเข้าใจว่าคุณนุช  จะสอบถามถึงในเรื่องรายได้ค่าเช่า  ก็จะต้องดูครับว่าเราประกอบธุรกิจในรูปใดครับ เช่น

4.1  ในรูปของบุคคลธรรมดา  เมื่อมีรายได้ค่าเช่า  ก็จะถือเป็นเงินได้ตามมาตรา 40 ( 5 )  ซึ่งบุคคลธรรมดาจะเสียภาษีในอัตราก้าวหน้าครับ

4.2  ในรูปของนิติบุคคล  จะเสียภาษีจากกำไรสุทธิ  ซึ่งจะเป็นการเสียภาษีคนละฐานอยู่แล้วครับ  เนื่องจากรูปแบบในการดำเนินธุรกิจแตกต่างกันครับ



5.  ใช่ครับ  เพราะบุคคลหนึ่งคนไม่ว่าจะมีรายได้จากกี่ทาง  ก็จะต้องนำรายได้ทุกทางมี่มีนำมารวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครับ

town:
ก่อนจะตัดสินใจว่าวิธีใดดีที่สุด  ให้ตอบคำถามในข้อ 3 ให้ครบทุกข้อก่อนครับ  เพราะไม่มีวิธีใดดีที่สุดในโลก  แต่ให้เลือกวิธีที่เหมาะสมกับเราครับ  ถือว่าดีที่สุดแล้วครับ

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

ตอบ

ไปที่เวอร์ชันเต็ม