www.avaccount.com > บอร์ดบัญชีและภาษี

ซื้อขายสินค้าผ่าน Shopping

(1/1)

ออ้:
1. ซื้อผ่านสินค้า ผ่าน ขนส่ง Shopping การบันทึกบัญชีเป็นอย่างไร และต้องเกี่ยวกับภาษีอะไรบ้าง และเสียอะไรบ้างให้กรมสุนบ้าง

2. ช่วยวางระบบบัญชีให้ด้วยค่ะ

3. ค่าใช้จ่ายอะไรบ้างที่บันทึกค่าใช้จ่ายได้ และอะไรบ้างที่ค่าใช้จ่าย่ต้องห้าม การซื้อสินค้าจากประเทศจีน บางครั้งขายสินค้าต่างประเทศ

4. การรับรู้รายได้เป็นอย่างไร

คุณอ้วนช่วยตอบด้วยค่ะ

ออ้:
เราซื้อสินค้าจากต่างประเทศ ตอนเราขาย เราต้องออกในกำกับภาษีขายใช่ไหม (จด Vat)

รบกวนอธิบายกระบวนการของ Shipping อยากทราบต้องเกี่ยวข้องภาษีอะไรบ้าง และ บริษัทต้องเสียอะไรบ้าง ให้ด้วยนะค่ะ

ขอบคุณมากค่ะ

อ้วน:
1.  ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจก่อนครับว่า  ชิปปิ้ง หมายถึง ตัวแทนของผู้นำเข้าและผู้ส่งออกในการดำเนินพิธีการศุลกากรแทนผู้นำเข้าและผู้ส่งออกซึ่งเป็นเจ้าของสินค้า โดยจัดทำใบขนสินค้า ยื่นใบขนสินค้าต่อเจ้าพนักงานศุลกากร ณ ด่านศุลกากรเพื่อให้มีการตรวจปล่อยสินค้า และส่งมอบสินค้าที่นำเข้าจากต่างประเทศให้แก่ผู้นำเข้าหรือส่งสินค้าออกนอก ราชอาณาจักรเพื่อส่งไปต่างประเทศให้แก่ผู้ส่งออก



ศึกษาเพิ่มเติมภาระภาษีเกี่ยวกับชิปปิ้งได้ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป. 124/2546

http://www.rd.go.th/publish/13729.0.html



จะเห็นได้ว่า  ชิปปิ้งทำหน้าที่ตัวแทนของผู้นำเข้าในการดำเนินพิธีการศุลกากรแทนผู้นำเข้า  เมื่อผู้นำเข้าซื้อสินค้า  ก็จะบันทึกซื้อปกติดังนี้

Dr.  ซื้อสินค้า

Dr.  ภาษีซื้อ

Dr.  อากรขาเข้า

Dr.  ค่าใช้จ่ายในการนำเข้า

Cr.  ธนาคาร



ซึ่งภาษีที่จะต้องเสียในตอนนำเข้าสินค้า  คือ  อากรขาเข้า และภาษีมูลค่าเพิ่ม  ตามพิกัดที่กรมศุลกากรกำหนด  ส่วนในเรื่องใต้โต๊ะ  ก็ยังมีบ้างซึ่งทาง ชิปปิ้ง  จะเป็นผู้ประสานงานในส่วนนี้ครับ ( ผมก็ไม่ค่อยทราบขั้นตอนมากนัก )



2.  รบกวนคุณออ้  ดูกระทู้เลขที่  00482

http://www.avaccount.com/wb/show.php?No=482&c=act



ซึ่งหลักในการวางระบบบัญชี  จะมีหัวข้อไม่ต่างกันครับ  เพียงแต่จะเน้นในด้านใดบ้าง  ไม่จำเป็นต้องทำทุกหัวข้อก็ได้ครับ



3.  ถ้าจะมองในแง่ของรายจ่ายในทางภาษีเงินได้นิติบุคคล  ก็ให้ศึกษาตามมาตรา  65 ตรี ตามรายการต่อไปนี้ ไม่ให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ

http://www.rd.go.th/publish/5939.0.html#mata65_3



ซึ่งในเบื้องต้นผมแนะนำให้ลองอ่านความรู้เกี่ยวกับภาษีเงินได้นิติบุคคลที่

http://www.rd.go.th/publish/308.0.html



4.  หลักการรับรู้รายได้ส่วนใหญ่แล้วเป็นเกณฑ์สิทธิทั้งหมดครับ  มีเพียงบางประเภทธุรกิจที่แตกต่าง  จึงต้องมาพิจารณาจากประเภทธุรกิจของคุณออ้ครับ  เช่น  ถ้าเป็นธุรกิจซื้อมา - ขายไป  ก็จะรับรู้รายได้ - รายจ่ายตามเกณฑ์สิทธิ  เป็นต้น



5.  ถ้าจะพิจารณาในเรื่องภาษีมูลค่าเพิ่ม  ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจก่อนครับว่า  ถ้าเราไม่ได้อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม  เราก็ไม่มีหน้าที่ต้องออกใบกำกับภาษีครับ  แต่กฏหมายภาษีอากรมีกฏเกณฑ์กำหนดไว้ครับว่า  ผู้ประกอบการรายใดมีรายรับจากการขายสินค้าหรือให้บริการเกินกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี มีหน้าที่ต้องยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเพื่อเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน  ศึกษาเพิ่มเติมได้ที่

http://www.rd.go.th/publish/307.0.html



ดังนั้นหากเราไม่ใช่ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม  ภาษีซื้อที่เกิดขึ้นจากการนำเข้า  เราก็ไม่มีสิทธินำมาเครดิตภาษีขาย และเมื่อขายก็ไม่มีหน้าที่ต้องออกใบกำกับภาษีขายครับ  แต่ถ้าเราเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนในระบบภาษีมูลค่าเพิ่มอยู่แล้ว  เมื่อขายสินค้าก็จะต้องเรียกเก็บ vat และออกใบกำกับภาษีขายครับ  ยกเว้นการส่งออกสินค้า ซึ่งผู้ประกอบการจดทะเบียนได้รับสิทธิเสีย ภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0  ถ้าปฏิบัติได้ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป. 97/2543

http://www.rd.go.th/publish/3557.0.html



6.  ผมเองก็ไม่ทราบกระบวนการของ Shipping  เท่าไหร่ครับ  รู้แต่ว่าชิปปิ้งทำหน้าที่ตัวแทนของผู้นำเข้าและผู้ส่งออกในการดำเนินพิธีการศุลกากรแทนครับ  ซึ่งจะเกี่ยวกับภาษีอากรขาเข้า และ ภาษีมูลค่าเพิ่ม  และบริษัทฯ ก็ยังต้องเสียค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการนำเข้า  ไม่ว่าจะเป็น ค่าระวางสินค้า   ค่าประกันภัย  ค่าขนส่ง เป็นต้น  รวมถึงค่าบริการของทางชิปปิ้งด้วยครับ

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

ตอบ

ไปที่เวอร์ชันเต็ม