www.avaccount.com > บอร์ดบัญชีและภาษี

การหักค่าเสื่อมราคาคอมพิวเตอร์

(1/2) > >>

สา:
 ดิฉันมีปัญหาอยู่ว่า

1. มีคอมพิวเตอร์เก่าซึ่งไม่มีบิล แต่ได้ซื้อ part มาเปลี่ยนแต่มีบิล part ทั้งหมด มี ดังนี้

keyboard : ซื้อ วันที่ 29/3/47

monitor, DD Ram ซื้อวันที่ 22/8/47

Accessory HDD ซื้อวันที่ 25/8/47

VGA CARD ซื้อวันที่ 20/9/47

MOUSE ซื้อวันที่ 22/11/47

ระยะเวลาซื้อไม่ไกล้กัน แล้วเราจะเอามารวมเป็น เครื่องเดียวแล้วคิดค่าเสื่อมได้ไหม

2. แล้วดิฉันอ่านในหนังสือพบว่ามีวิธีคิดค่าเสื่อมคือ คิดค่าเสื่อมเบื้องต้นในวันที่ได้ทรัพย์สินมาในอัตรา 40% ของมูลค่าต้นทุน ส่วนมูลค่าต้นทุนที่เหลือหักได้ 3 ปี วิธีคิดเป็นอย่างไรคะ สมมุตว่า ราคาต้นทุนของคอมฯ เท่ากับ 29,254.21 บาท (ต้องคูณด้วยจำนวนวัน/365 หรือเปล่า เพราะซื้อมาล่าสุด วันที่ 22/11/47)

3.แล้วถ้าเกิดว่าดิฉันลงบัญชีเป็นค่าซ่อมแซมได้หรือเปล่าคะ









อ้วน:
สวัสดีครับ ผมขอแสดงความเห็นดังนี้ครับ

1. ทรัพย์สินแต่ละตัว มีวันที่ได้มาไม่เท่ากัน ซึ่งไม่ได้เกิดจากการประกอบขึ้นเพื่อเป็นทรัพย์สิน แต่เกิดจากการเปลี่ยนแทน เพื่อให้ทรัพย์สินนั้นสามารถใช้งานต่อไปได้ ในความเห็นผมขอสรุปว่าไม่สามารถเอามารวมคิดเป็นเครื่องเดียวแล้วคิดค่าเสื่อมได้ ควรจะคิดตามวันที่ได้มาของแต่ละอุปกรณ์ครับ ( ยกเว้นเป็นทรัพย์สินที่เพิ่งประกอบขึ้น จึงจะสามารถนำมารวมกันแล้วคิดค่าเสื่อมพร้อมกันได้ )



2. ตามพระราชกฤษฏีกาฯ ฉบับที่ 395 ทางกรมสรรพากรได้กำหนดหลักเกณฑ์การคิดค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เพื่อให้สอดคล้องกับอายุการใช้งาน และให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เป็นวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมสามารถหักค่าสึกหรอ และค่าเสื่อมราคาได้เป็นกรณีพิเศษ แต่อยากให้ทำความเข้าใจก่อนครับว่า



ทรัพย์สินประเภทคอมพิวเตอร์ หมายถึง เครื่องอิเล็กทรอนิกส์แบบอัตโนมัติ ทำหน้าที่เสมือนสมองกลใช้สำหรับแก้ปัญหาต่างๆ ทั้งที่ง่ายและซับซ้อน โดยวิธีทางคณิตศาสตร์



อุปกรณ์ของคอมพิวเตอร์ หมายถึง เครื่องมือ เครื่องใช้ เครื่องช่วย หรือเครื่องประกอบกับคอมพิวเตอร์ เพื่อให้คอมพิวเตอร์ใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์ แต่ไม่รวมถึงโปรแกรมคอมพิวเตอร์



การหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สินประเภทคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซื้อ หรือได้รับโอนกรรมสิทธิ์เพื่อมีไว้ในการประกอบกิจการของตนเองตั้งแต่วันที่ 31 มกราคม 2545 เป็นต้นไปให้หักได้ดังต่อไปนี้

( 1 ) ภายใน 3 รอบระยะเวลาบัญชีนับแต่วันที่ได้ทรัพย์สินนั้นมา ในกรณีที่รอบระยะเวลาบัญชีใดไม่เต็ม 12 เดือน ให้เฉลี่ยตาม***ส่วนสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีนั้น โดยจะเลือกใช้วิธีการทางบัญชีที่รับรองทั่วไปวิธีใดก็ได้

( 2 ) กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีสินทรัพย์ถาวรซึ่งไม่รวมที่ดิน ไม่เกิน 200 ล้านบาทและมีการจ้างแรงงานไม่เกิน 200 คน หรือตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีประกาศกำหนดขึ้นภายหลังจากพระราชกฤษฎีกาฯ นี้ใช้บังคับแล้วเป็นเวลา 3 ปี ให้หักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาเบื้องต้นในวันที่ได้ทรัพย์สินนั้นมาในอัตรา 40% ของมูลค่าต้นทุน สำหรับมูลค่าต้นทุนส่วนที่เหลือให้หักตามเงื่อนไขและอัตราที่กำหนดไว้ตาม ( 1 )



การหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาดังกล่าวมิให้ใช้บังคับสำหรับทรัพย์สินที่ได้มาก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกาฯ นี้มีผลใช้บังคับ



กรณี ( 1 ) ตัวอย่าง บริษัท XXX จำกัด ได้ซื้อ คอมพิวเตอร์ มาเป็นเงิน 30,000 บาท จะคำนวณค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาดังกล่าวได้ดังนี้



ปี ค่าเสื่อมราคา ค่าเสื่อมราคาสะสม ราคาสุทธิตามบัญชี

1 ............ .......... 30,000

1 10,000 10,000 20,000

2 10,000 20,000 10,000

3 10,000 30,000 -



กรณีที่ ( 2 ) ตัวอย่าง บริษัท AAA จำกัด ได้ซื้อคอมพิวเตอร์ มาเป็นเงิน 100,000 บาทจะคำนวณค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาดังกล่าวได้ดังนี้



ปี ค่าเสื่อมราคา ค่าเสื่อมราคาสะสม ราคาสุทธิตามบัญชี

1 ............ ......... 100,000

1 40,000 40,000 60,000

1 20,000 60,000 40,000

2 20,000 80,000 20,000

3 20,000 100,000 -



จะเห็นได้ว่าถ้าเราเป็นเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีสินทรัพย์ถาวร ตาม ( 2 ) ในปีแรกเราสามารถหักค่าเสื่อมราคาได้ถึง 60,000 บาท แต่ถ้าวันที่ได้ทรัพย์สินนั้นมาไม่ครบปี ก็คำนวณตามจำนวนวันที่ได้ทรัพย์สินนั้นมาเป็นรายวัน (หารด้วย 365 วันครับ )



3. หลักเกณฑ์ในการพิจารณารายจ่ายที่มีลักษณะลงทุน หรือรายจ่ายเพื่อหากำไร หรือก่อให้เกิดรายได้ จะต้องใช้หลักเกณฑ์ของกฏหมายภาษีอากรประกอบการพิจารณา ปัญหาของการแยกรายจ่ายทั้ง 2 ประเภทก็ยังคงเกิดขึ้นบ่อยๆ ครั้ง ซึ่งเราสามารถสรุปรายละเอียดและกรณีศึกษาตามข้อหารือของกรมสรรพากรได้ดังต่อไปนี้

3.1 การต่อเติม ( Addition )

ในกรณีที่กิจการมีรายจ่ายเกิดขึ้นอันเนื่องจากกิจการได้จ่ายไปเพื่อทำให้สินทรัพย์ที่มีอยู่ ขยาย หรือเพิ่มขึ้นไปจากสินทรัพย์ที่มีอยู่เดิม โดยทำให้กิจการได้รับประโยชน์เพิ่มขึ้นจากการจ่ายเงินนั้น รายจ่ายการต่อเติมนี้ถือเป็นรายจ่ายที่มีลักษณะลงทุนเป็นสินทรัพย์ของกิจการ ต้องนำไปคิดค่าเสื่อมราคา



3.2 การปรับปรุงและทำให้ดีขึ้น ( Improvement and Bitterment )

เมื่อกิจการมีรายจ่ายเกิดขึ้นซึ่งได้จ่ายไปเพื่อทำให้ทรัพย์สินที่กิจการมีอยู่นั้นมีคุณภาพ ประสิทธิภาพ หรืออายุการใช้งานดีขึ้นกว่าเดิม โดยมีลักษณะทั่วไปของสินทรัพย์ยังคงอยู่เช่นเดิม ให้ถือว่าเป็นรายจ่ายที่มีลักษณะลงทุน จะต้องนำรายจ่ายนั้นเป็นสินทรัพย์ของกิจการ และเมื้อสิ้นรอบระยะเวลาบัญชีจะต้องนำไปคิดค่าเสื่อมราคา



3.3 การเปลี่ยนแทน ( Replacement )

เมื่อกิจการมีรายจ่ายเกิดขึ้นเนื่องจากการนำสินทรัพย์ใหม่มาเปลี่ยนแทนสินทรัพย์เก่าไม่ว่าจะเปลี่ยนสินทรัพย์ทั้งหมด หรือบางส่วนก็ตามถือเป็นรายจ่ายที่มีลักษณะลงทุน ต้องนำสินทรัพย์นั้นไปคิดค่าเสื่อมราคาในแต่ละรอบระยะเวลาบัญชี เช่น การยกเครื่องของรถยนต์



3.4 การซ่อมแซม ( Repair )

เมื่อกิจการมีรายจ่ายที่เป็นซ่อมแซมบำรุงรักษาทรัพย์สินให้คงอยู่ในสภาพเดิมตามปกติของการดำเนินงานของกิจการ เช่น การทาสีอาคาร ซ่อมเครื่องปรับอากาศ ซ่อมแซมรถยนต์



3.5 การโยกย้ายและติดตั้งใหม่ ( Rearrangement and Reinstallation )

ในกรณีที่กิจการได้มีรายจ่ายซึ่งเกิดขึ้นเนื่องจากสินทรัพย์ที่ใช้งานอยู่มีสภาพที่ไม่เหมาะสมได้มีการโยกย้าย นำไปติดตั้งในสถานที่ตั้งใหม่ รายจ่ายในการโยกย้ายหรือติดตั้งใหม่ ให้พิจารณาว่า ให้ประโยชน์แก่กิจการในระยะเวลาเกิน 1 รอบระยะเวลาบัญชีหรือไม่ และการจ่ายค่าโยกย้ายและติดตั้งใหม่แต่ละครั้ง จำนวนเงินมากหรือน้อยอย่างไร หากจำนวนเงินที่จ่ายมีจำนวนเงินสูงและให้ประโยชน์เกินกว่า 1 รอบระยะเวลาบัญชี รายจ่ายสำหรับการโยกย้ายหรือติดตั้งใหม่ จะนำมาถือเป็นรายจ่ายที่มีลักษณะลงทุน เช่น การโยกย้ายติดตั้งเครื่องจักร



สรุปลงเป็นค่าซ่อมแซมไม่ได้ครับ



eve:
อยากรู้ข้อมูลเกี่ยวกับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์

eve:
ไม่ได้ค่ะ

king:
ทำไมต้องหักด้วยงับให้ฟรีไม่ได้หลองับ

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

ไปที่เวอร์ชันเต็ม