www.avaccount.com > บอร์ดบัญชีและภาษี

การออกเอกสารเป็นชุด

(1/1)

JAVA:
อยากทราบข้อดี , ข้อเสีย  และวิธีการปฏิบัติกรณีต้องการออกใบเสร็จรับเงินเป็นชุดเดียวกัน หรือพร้อมกันกับใบกำกับภาษี

gaka:
Ref: http://www.rd.go.th/publish/3568.0.html



วิธีการปฏิบัติ :





    ข้อ 8  รายการในใบกำกับภาษีตามข้อ 4 ข้อ 5 และข้อ 6 จะจัดทำเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษก็ได้ แต่ต้องจัดทำเป็นหน่วยเงินตราไทย โดยใช้ตัวเลขไทยหรืออารบิค กรณีมีความจำเป็นต้องจัดทำเป็นภาษาต่างประเทศอื่นนอกจากภาษาอังกฤษ และหรือเป็นหน่วยเงินตราต่างประเทศ ต้องได้รับอนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากร

    รายการชื่อตามข้อ 4(2) และข้อ 4(3) กรณีเป็นบริษัทจำกัด หรือบริษัท (มหาชน) จำกัด หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล ผู้ประกอบการจดทะเบียนสามารถใช้คำย่อแทนได้ ดังนี้



    (1) บริษัทจำกัด   ใช้คำย่อว่า บ. ... จก. หรือ ใช้คำย่อว่า บจ. ...

    (2) บริษัท (มหาชน) จำกัด   ใช้คำย่อว่า บมจ. ...

    (3) ห้างหุ้นส่วนจำกัด   ใช้คำย่อว่า หจก. ...

    (4) ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล   ใช้คำย่อว่า หสน. ...



    ถ้ารายการในใบกำกับภาษีตามข้อ 4 ข้อ 5 และข้อ 6 ดังต่อไปนี้ ได้จัดทำขึ้นโดยตีพิมพ์ รายการอื่น ๆ ตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร จะตีพิมพ์ ประทับด้วยตรายาง เขียนด้วยหมึก พิมพ์ดีด จัดทำขึ้นด้วยระบบคอมพิวเตอร์ หรือทำให้ปรากฏขึ้นด้วยวิธีการอื่นใดในลักษณะทำนองเดียวกันก็ได้ ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ได้รับใบกำกับภาษีมีสิทธินำไปถือเป็นภาษีซื้อในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มได้

    (1) คำว่า “ใบกำกับภาษี”

    (2) ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ประกอบการจดทะเบียนที่จัดทำใบกำกับภาษี

    (3) คำว่า “เอกสารออกเป็นชุด”

    ถ้ารายการในใบกำกับภาษีตาม (1) (2) และ (3) ของวรรคสามทั้งสามรายการหรือเพียงรายการหนึ่งรายการใดได้จัดทำขึ้นด้วยระบบคอมพิวเตอร์ รายการอื่น ๆ ตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร ตามข้อ 4 จะต้องตีพิมพ์ หรือจัดทำขึ้นด้วยระบบคอมพิวเตอร์เท่านั้น ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ได้รับใบกำกับภาษีจึงจะมีสิทธินำไปถือเป็นภาษีซื้อในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มได้

    ข้อ 9  กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนขายสินค้าหรือให้บริการแก่ลูกค้ารายหนึ่งรายใดครั้งหนึ่ง ๆ จำนวนหลายรายการ และไม่สามารถระบุรายการชื่อ ชนิด ประเภท ปริมาณ และมูลค่าของสินค้าหรือของบริการทั้งหมดในใบกำกับภาษี 1 แผ่น ผู้ประกอบการจดทะเบียนสามารถดำเนินการดังต่อไปนี้

    (1) จัดทำใบกำกับภาษี 1 ฉบับ ประกอบด้วยใบกำกับภาษี 1 แผ่น และจัดให้มีใบแนบใบกำกับภาษีด้วย ซึ่งใบแนบใบกำกับภาษีอาจมีจำนวนมากกว่า 1 แผ่นก็ได้ผู้ประกอบการจดทะเบียนจะต้องหมายเหตุในรายการสินค้าหรือบริการว่ามีรายละเอียดตามใบแนบใบกำกับภาษี โดยมูลค่ารวมของสินค้าหรือของบริการและจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่ระบุในใบกำกับภาษี และที่ระบุในใบแนบใบกำกับภาษีต้องเป็นจำนวนเดียวกัน

    ใบแนบใบกำกับภาษีตามวรรคหนึ่ง ต้องมีรายการอย่างน้อยดังต่อไปนี้

    (ก) คำว่า “ใบแนบใบกำกับภาษี” ในที่ที่เห็นได้เด่นชัด

    (ข) เลขที่ เล่มที่ (ถ้ามี) ของใบกำกับภาษี

    (ค) วัน เดือน ปี ของใบกำกับภาษี

    (ง) รายละเอียดชื่อ ชนิด ประเภท ปริมาณ และมูลค่าของสินค้าหรือของบริการ

    (จ) จำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่คำนวณจากมูลค่าของสินค้าหรือของบริการ โดยให้แยกออกจากมูลค่าของสินค้าหรือของบริการให้ชัดแจ้ง

    (ฉ) กรณีมีใบแนบใบกำกับภาษีมากกว่า 1 แผ่น จะต้องระบุคำว่า “แผ่นที่ ...” ไว้ด้วย และรายการมูลค่ารวมของสินค้าหรือของบริการและจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่คำนวณจากมูลค่าของสินค้าหรือของบริการทั้งหมด ตามมาตรา 86/4(6) แห่งประมวลรัษฎากร จะปรากฏในใบแนบใบกำกับภาษีแผ่นสุดท้ายเท่านั้น

    การจัดทำใบแนบใบกำกับภาษีตามวรรคสอง สามารถจัดทำขึ้นโดยตีพิมพ์ ประทับด้วยตรายาง เขียนด้วยหมึก พิมพ์ดีด จัดทำขึ้นด้วยระบบคอมพิวเตอร์ หรือทำให้ปรากฏขึ้นด้วยวิธีการอื่นใดในลักษณะทำนองเดียวกันก็ได้

    กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนมีความประสงค์ใช้ใบส่งของหรือใบแจ้งหนี้ เป็นใบแนบใบกำกับภาษี ให้กระทำได้ แต่ต้องมีรายการอย่างน้อยตามวรรคสอง

    (2) จัดทำใบกำกับภาษี 1 ฉบับ ประกอบด้วยใบกำกับภาษีมากกว่า1 แผ่น โดยแต่ละแผ่นต้องมีรายการถูกต้องครบถ้วนตามมาตรา 86/4 (1) - (5) และ (7) แห่งประมวลรัษฎากร และใบกำกับภาษีที่ไม่ใช่แผ่นสุดท้ายจะต้องมีข้อความที่แสดงว่ามีใบกำกับภาษีแผ่นต่อไปไว้ด้วย ซึ่งข้อความดังกล่าวจะเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษก็ได้สำหรับรายการมูลค่ารวมของสินค้าหรือของบริการและจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่คำนวณจากมูลค่าของสินค้าหรือของบริการทั้งหมดตามมาตรา 86/4(6) แห่งประมวลรัษฎากร จะปรากฏในใบกำกับภาษีแผ่นสุดท้ายเท่านั้น

    การจัดทำใบกำกับภาษีตามวรรคหนึ่ง ถ้าได้ตีพิมพ์เลขที่ไว้แล้วใบกำกับภาษีแต่ละแผ่นจะเรียงลำดับเลขที่ แต่ถ้าไม่ได้ตีพิมพ์เลขที่ไว้ ใบกำกับภาษีแต่ละแผ่นอาจจะเรียงลำดับเลขที่หรือปรากฏเลขที่เพียงเลขที่เดียวก็ได้ กรณีใบกำกับภาษีแต่ละแผ่นมีเพียงเลขที่เดียว ผู้ประกอบการจดทะเบียนจะต้องระบุคำว่า “แผ่นที่ ...” ไว้ด้วย



town:
ในเรื่องของข้อดี  ข้อเสีย  ผมขอแสดงความคิดเห็นตามแต่ละสภาพของกิจการ โดยเน้นถึงความเหมาะสมแต่ละประเภทธุรกิจ  คงไม่ฟันธงว่านี้เป็นข้อดี  อันนี้เป็นข้อเสีย  เพราะการออกใบกำกับภาษีแบบเป็นชุดอาจจะเหมาะสมกับกิจการหนึ่ง  แต่อาจจะไม่เหมาะสมกับอีกกิจการหนึ่ง  ในทางกฎหมายจึงได้แต่วางแนวเอาไว้ว่า  หากประสงค์จะจัดทำใบกำกับภาษีตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากรรวมกับเอกสารทางการค้าอื่น เช่น ใบเสร็จรับเงิน ใบส่งของ ใบแจ้งหนี้ ซึ่งมีจำนวนหลายฉบับอยู่ในชุดเดียวกัน และใบกำกับภาษีมิใช่เอกสารฉบับแรกของเอกสารดังกล่าวให้ปฏิบัติประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 39)

http://www.rd.go.th/publish/3400.0.html



จึงต้องมาดูครับว่ากิจการของเรานั้นมีลักษณะเป็นอย่างไร  เช่น  ตย. บริษัท A  ประกอบกิจการซื้อมา – ขายไป  โดยมีการให้เครดิตทางการค้าประมาณ  30  วัน  ดังนั้นธุรกิจ  หากจะทำ “ ใบเสร็จรับเงิน /  ใบกำกับภาษี “  ย่อมไม่เหมาะสม  เพราะ  จุดความรับผิดในการขายสินค้า  เกิดเมื่อมีการส่งมอบ  ดังนั้นเมื่อเราส่งมอบสินค้าให้ลูกค้าไปแล้ว  กิจการก็จะต้องออกใบกำกับภาษีให้ลูกค้าไปด้วย  แต่เนื่องจาก  หากกิจการได้ออกเอกสารในลักษณะ  “ ใบเสร็จรับเงิน /  ใบกำกับภาษี “    กิจการย่อมไม่สามารถให้ต้นฉบับใบเสร็จรับเงิน / ใบกำกับภาษีได้  เพราะหากลูกค้าไม่ยอมจ่ายเงิน  แต่ได้ใบเสร็จรับเงินไปแล้ว  การพิสูจน์ เพื่อฟ้องร้องก็จะยุ่งยาก   บริษัท A  จึงมีทางเลือกโดย

1.  ไม่จัดทำเอกสารเป็นชุด  แต่แยกใบเสร็จรับเงิน และใบกำกับภาษี  ออกจากกัน  โดยการ ลำดับเลขที่ของเอกสารก็จะไม่เกี่ยวข้องกัน  เช่น  ใบเสร็จรับเงิน เลขที่  RV 49/001  ส่วนใบกำกับภาษี  เลขที่  INV  490101001  เป็นต้น

2.  จัดทำเอกสารเป็นชุด  ซึ่งก็จะต้องปฏิบัติตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 39)  ครับ

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

ตอบ

ไปที่เวอร์ชันเต็ม