www.avaccount.com > บอร์ดบัญชีและภาษี
ประกันชีวิตของพนักงาน
จอย:
ถ้าทำประกันชีวิตให้พนักงาน ต้องถือเป็นเงินได้พนักงานหรือเปล่า
อ้วน:
1. กรณีค่าเบี้ยประกันชีวิต
ในกรณีนิติบุคคลที่เป็นนายจ้างได้จ่ายค่าเบี้ยประกันชีวิตให้แก่พนักงาน โดยกรมธรรม์ประกันชีวิตได้กำหนดให้ผู้รับประโยชน์เป็นพนักงาน ดังนั้นค่าเบี้ยประกันดังกล่าวถือเป็นประโยชน์เพิ่มพนักงาน เป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 ( 1 ) พนักงานแต่ละคนจะต้องนำเงินค่าเบี้ยประกันชีวิตที่นายจ้างจ่ายให้ มารวมคำนวณเป็นเงินได้เพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
และเงินค่าเบี้ยประกันชีวิตที่นายจ้างจ่ายแทนพนักงานทุกคนเป็นการทั่วไปตามระเบียบของบริษัท นายจ้างมีสิทธินำเบี้ยประกันชีวิตที่จ่ายแทนพนักงานมาหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ ไม่ต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี ( 3 ) และ ( 13 )
2. กรณีค่าเบี้ยประกันอุบัติเหตุหรือประกันภัยหมู่พนักงาน
กรณีนายจ้างจ่ายค่าเบี้ยประกันชีวิตและอุบัติเหตุกลุ่มแก่บริษัทผู้รับประกันเป็นรายปี โดยผู้รับประโยชน์เป็นพนักงาน เงินค่าเบี้ยประกันที่นายจ้างจ่ายให้แทนพนักงาน ถือเป็นประโยชน์เพิ่มจากการจ้างแรงงานของพนักงาน เป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 ( 1 ) ซึ่งพนักงานจะต้องนำเงินค่าเบี้ยประกันไปรวมคำนวณกับเงินเดือนเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายตามมาตรา 50 ( 1 )
จอย:
ขอมาตราด้วยคะ เพราะมาตรา 65 ตรี(3)(13) เป็นค่าใช้จ่าย ไม่ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ
อ้วน:
มาตรา 40 เงินได้พึงประเมินนั้น คือเงินได้ประเภทต่อไปนี้ รวมตลอดถึงเงินค่าภาษีอากรที่ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้สำหรับเงินได้ประเภทต่าง ๆ ดังกล่าว ไม่ว่าในทอดใด
(1) เงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงานไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง โบนัส เบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่นายจ้างให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่นายจ้างชำระหนี้ใดๆ ซึ่งลูกจ้างมีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใดๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน
http://www.rd.go.th/publish/5937.0.html#mata40
จอย:
สามารถหักค่าลดหย่อนได้หรืไม่
นำร่อง
[0] ดัชนีข้อความ
[#] หน้าถัดไป
ไปที่เวอร์ชันเต็ม