www.avaccount.com > บอร์ดบัญชีและภาษี

ช่วยวางแผนภาษีบุคคลธรรมดา เกี่ยวกับการรับเหมาให้หน่อยครับ

(1/1)

opp:
คือมีคนรู้จักคนนึง ทำงานให้บริการรับขนถ่ายสินค้าทางเรือ โดยใช้แรงงานคน

เมื่อปีที่แล้ว สรรพากรเรียกให้ไปพบ โดยตีความว่าเป็นรายได้ 40 (7) เป็นการรับเหมาโดยมีการจัดหาสัมภาระมาเอง และมีรายได้เกิน 1200000 จะต้องจด VAT ทำให้โดนภาษีย้อนหลังรวมเบี้ยปรับแล้ว เป็นล้านครับ แต่ได้มีการคุยนอกรอบเลยเสียไปแค่ สองแสน โดยทางเจ้าหน้าที่ประเมินจะตีความให้เป็นค่าขนสง เป็น 40 (8) ไม่ต้องจดภาษีมูลค่าเพิ่ม



แต่ในปีนี้มันจะมีวิธีการอย่างไรในการควบคุมรายได้ตรงนี้



รายได้ของเขาจะตกปีละประมาณ 12 ล้าน ซึ่งรายได้ตรงนี้มันไม่ได้เป็นของเขาคนเดียว โดยแต่ละครั้งที่เรือเข้าหนึ่งลำ จะเบิกค่าใช้จ่ายจากบริษัทตัวแทน โดยจำนวนเงินที่เบิกทั้งหมดนี้ไม่ได้เป็นของเขาคนเดียว แต่ต้องกระจายไปให้ลูกน้องอีก 20 - 30 คน ทำให้ใน 1 ปี เงิน 12 ล้านนี้ ในความเป็นจริงแล้วไม่ได้เป็นของเขาทั้งหมด ทำให้เกิดปัญหาดังนี้



1. ตอนยื่น ภงด.90 ลองคิดดูคร่าว ๆ แล้ว จะต้องเสียภาษีเพิ่มอีกประมาณ 9 แสน ทั้ง ๆ ที่ รายได้พึงประเมินไม่ได้เป็นของเขาทั้งหมด



2. จะต้องเข้าระบบของภาษีมูลค่าเพิ่ม มันจะเป็นเรื่องยุ่งยากอีก เพราะเป็นบุคคลธรรมดา เอาไปเคลมภาษีซื้อก็ไม่ได้ และยังต้องจัดทำ รายงานภาษีทุกเดือนอีก



ณ ปัจจุบันเลยใช้วิธี เอาชื่อลูกน้องมาใช้ในการรับเงินจากเรือแต่ละลำ โดยจะต้องคุมแต่ละชื่อไม่ให้เกิน 1,800,000 บาท จะได้ไม่ต้องจด VAT ทำให้จะต้องใช้ชื่อทั้งหมดไม่ต่ำกว่า 10 คน ใน 1 ปี พอยื่น ภงด.90 ก็ต้องกระจายรายได้ไปให้ใน 10 คนนี้ด้วย



พอจะมีทางออกที่ดีกว่านี้หรือเปล่าครับ



ขอบคุณครับ







เคยอ่านในเจอในข้อหารือว่า การขนถ่ายสินค้าโดยใช้แรงงานคนอย่างเดียว และกระทำในนอกเขตท่าเรือ ให้ถือเป็นค่าขนส่ง ไม่ต้องมี VAT แต่ สรรพากรยังยืนยันจะเอาให้ได้ ทางผมก็เลยต้องยอม ๆ ไป ไม่อยากให้มีปัญหาครับ



อ้วน:
มาดูตามข้อหารือที่  กค 0811/9635  วันที่ : 8 ตุลาคม 2544 เรื่อง : ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีให้บริการโดยรถบรรทุก รถเครน เรือลำเลียง และคนงานขนถ่ายสินค้า

http://www.rd.go.th/publish/25285.0.html



แนววินิจฉัย

 : กรณีตามข้อเท็จจริงข้างต้นให้บริษัทฯ ถือปฏิบัติ ดังนี้

1. บริษัทฯ ให้บริการขนส่งนอกบริเวณท่าเรือโดยให้บริการรถบรรทุกสินค้าจากโรงงานหรือ คลังสินค้าหรือจุดจ่ายทั่วประเทศไปยังท่าเรือหรือจากท่าเรือไปยังโรงงานหรือคลังสินค้า หรือจุดจ่ายทั่ว ประเทศ เข้าลักษณะเป็นการประกอบกิจการขนส่งในราชอาณาจักร ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ตาม มาตรา 81(1)(ณ) แห่งประมวลรัษฎากร



2. บริษัทฯ ให้บริการในบริเวณท่าเรือและหรือบริเวณที่ต่อเนื่องกับท่าเรือ เช่น ให้บริการรถ เครน แรงงานคน เรือลากจูงเพื่อลากจูงเรือลำเลียงที่บรรทุกสินค้าจากท่าเรือไปเทียบ ข้าง เรือเดินสมุทรระหว่างประเทศหรือจากข้างเรือเดินสมุทรระหว่างประเทศไปยังท่าเรือฯลฯ เข้าลักษณะ

เป็นการให้บริการตามมาตรา 77/1(10) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ ต้องเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม จากบริษัทผู้ว่าจ้าง ตามมาตรา 82/4 แห่งประมวลรัษฎากร



3. การให้บริการจัดหาท่าเรือเพื่อนำสินค้าขึ้นหรือลงเรือลำเลียงในแต่ละเที่ยว เข้าลักษณะ เป็นการให้บริการตามมาตรา 77/1(10) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ อยู่ในบังคับต้องเสีย ภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 77/2 แห่งประมวลรัษฎากร ดังนั้น บริษัทฯ ต้องเรียกเก็บภาษี มูลค่าเพิ่ม จากบริษัทผู้ว่าจ้าง ตามมาตรา 82/4 แห่งประมวลรัษฎากร

 

สรุป  จะเห็นได้ว่า  หากเป็นการให้บริการในบริเวณท่าเรือและหรือบริเวณที่ต่อเนื่องกับท่าเรือ  จะถือว่าเป็นการบริการตามมาตรา 77/1(10)  ซึ่งจะต้องเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม



แต่ถ้าเป็นการให้บริการขนส่งนอกบริเวณท่าเรือ  เข้าลักษณะเป็นการประกอบกิจการขนส่งในราชอาณาจักร ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ตาม มาตรา 81(1)(ณ)



จากข้อมูลที่ให้มาจะเห็นได้ว่า  เป็นการขนถ่ายสินค้าในบริเวณท่าเรือ  ซึ่งจะต้องอยู่ในบังคับที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มครับ  ส่วนเรื่องของการวางแผนภาษีในกรณีนี้  คงจะต้องกระจายฐานรายได้อย่างที่ทำอยู่  เพียงแต่อาจจะมามองถึงในส่วนของคณะบุคคลเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยก็ได้ครับ



และลองอ่านข้อหารือที่   กค 0811/พ./ก.630 วันที่ : 22 พฤศจิกายน 2544 เรื่อง : ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีค่าแรงงานขนถ่ายสินค้า  ประกอบดูครับ

http://www.rd.go.th/publish/25240.0.html

 

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

ตอบ

ไปที่เวอร์ชันเต็ม