www.avaccount.com > บอร์ดบัญชีและภาษี

ส่วนปรับปรุงสำนักงานเช่า

(1/1)

เด็กดอย:
มีข้อสงสัยบางประการ ขอให้ท่านผู้รู้ช่วยอนุเคราะห์ด้วยค่ะ

1. บริษัทเช่าสำนักงานสาขาเป็นสถานประกอบการ มีค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงบริษัทบันทึกบัญชีเป็นส่วนปรับปรุงสำนักงานเช่า คิดค่าเสี่อมราคา 5ปี ต่อมาได้ซื้อสำนักงานดังกล่าวเป็นทรัพย์สินโดยบันทึกบัญชีอาคาร อยากทราบว่าส่วนปรับปรุงที่เกิดขึ้นก่อนหน้า จะยังคงไว้อยู่ในบัญชีเดิมโดยไม่ต้องโอนเข้ามาเป็นบัญชีอาคารและตัดค่าเสี่อมต่อไปให้ครบ 5 ปีได้หรือไม่

2. หากมีส่วนปรับปรุงอาคารดังกล่าวเกิดขึ้นอีกหลังจากที่มีการซื้ออาคารนั้นแล้ว เราสามารถนำส่วนปรับปรุงไปเพิ่มในบัญชีส่วนปรุงแล้วคิดค่าเสี่อม 5 ปี เหมือนกรณีแรก โดยไม่ต้องถือเป็นมูลค่าเพิ่มของอาคารได้หรือไม่

ถ้าได้ทั้งในกรณีที่ 1 และ 2 ขอให้ช่วยกรุณาอ้างอิงมาตรฐานการบัญชีและหลักกม.สรรพากรด้วยน่ะค่ะ

007:
1. ส่วนปรับปรุงอาคารที่เช่า ให้ทะยอยตัดค่าเสื่อมราคา 20 ปี และในปีที่สิ้นสุดสัญญาเช่าหรือปีที่เลิกเช่า ให้ตัดส่วนที่เหลือเป็นค่าใช้จ่ายในปีนั้นเนื่องจากถือว่าเป็นต้นทุนที่หมดประโยชน์แล้ว  ส่วนเรื่องการซื้ออาคารก็ให้บันทึกด้วยราคาทุนครับ



2. เมื่อมีส่วนปรับปรุงอาคารให้บันทึกบัญชีเป็นส่วนปรับปรุงอาคาร แล้วตัดค่าเสื่อมราคา 20 ปีครับ



อ้วน:
ตามความเห็นส่วนตัว  ผมมองว่า

1.  ส่วนปรับปรุงอาคาร  หลังจากได้มีการซื้ออาคารแล้ว  ซึ่งเดิมได้คิดค่าเสื่อมราคาไว้  5  ปี  แต่ตัวอาคารจะต้องคิดค่าเสื่อมราคา  20  ปี

-  ในแง่บัญชี   ตามมาตราการบัญชี  ก็ไม่ได้มีการกล่าวถึงกรณีนี้อย่างชัดเจน  แต่ผมเห็นว่าหากจะมีการเปลี่ยนแปลงวิธีการคิดค่าเสื่อมราคาในทางบัญชี  ก็จะต้องมีการเปิดเผยหมายเหตุ และทำผลกระทบเปรียบเทียบในงบกาเรเงิน  ดังนั้นหากส่วนปรับปรุงดังกล่าวมีมูลค่าไม่เป็นสาระสำคัญ  ผมก็คงคิดค่าเสื่อมราคา  5  ปีต่อไปโดยไม่ต้องปรับปรุงครับ

-  ในแง่ภาษีอากร  หากเป็นในเรื่องของการคำนวณค่าเสื่อมราคา  ก็จะต้องดู

ก.  พระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยหักค่าสึกหรอ และค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สิน (ฉบับที่ 145) พ.ศ. 2527

http://www.rd.go.th/publish/2369.0.html



ข.  คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป. 3/2527 เรื่อง การหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สิน  

http://www.rd.go.th/publish/3618.0.html



ดูข้อ 2  การหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สิน ให้หักได้ไม่เกินอัตราร้อยละของมูลค่าต้นทุนตามประเภทของทรัพย์สินที่ได้บัญญัติไว้ในมาตรา 4 แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 145) พ.ศ.2527 แต่ถ้าตามวิธีการทางบัญชี ซึ่งบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลใช้อยู่หักต่ำกว่าอัตราดังกล่าวก็ให้หักเพียงเท่าอัตราตามวิธีการทางบัญชี ซึ่งบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลใช้อยู่นั้น จะเปลี่ยนแปลงได้ต่อเมื่อได้รับอนุมัติให้เปลี่ยนแปลงได้ ให้ถือปฏิบัติตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชีที่ได้รับอนุมัตินั้น



จะเห็นได้ว่าในทางภาษีอากร  หากจะมีการเปลี่ยนแปลงวิธีการคิดค่าเสื่อมราคา  จะต้องมีการขออนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากร  และต้องได้รับอนุมัติจึงจะเปลี่ยนวิธีการคำนวณได้ครับ

อ้วน:
2.  กรณีที่ได้ซื้อตัวอาคารมาแล้ว และในภายหลังได้มีส่วนปรับปรุงอาคารเกิดขึ้นอีก  ตามความเห็นส่วนตัวผมมองว่า

-  ในแง่บัญชี  คงต้องมาพิจารณาลักษณะของทรัพย์สินเป็นหลัก  เนื่องจากเป็นการจัดแยกประเภททรัพย์สินตามลักษณะ  ดังนั้นหากส่วนปรับปรุงที่เกิดขึ้นมาในภายหลัง  เป็นระบบไฟฟ้า  ระบบประปา  ผมก็จะบันทึกเป็นส่วนหนึ่งของอาคารครับ จะไม่ใช่ชื่อบัญชีว่าเป็นส่วนปรับปรุงอาคาร  แต่หากส่วนปรับปรุงที่เกิดขึ้นในภายหลัง  เป็นระบบลิฟท์  ผมก็จะบันทึกเป็นส่วนปรับปรุงอาคารครับ  และอาจจะคิดค่าเสื่อมราคาประมาณ  10  ปี  เพราะในทางมาตราฐานการบัญชีผมมองว่าเป็นเพียงกรอบเพื่อให้ยึดถือปฏิบัติให้เป็นในแนวทางเดียวกัน  แต่ก็ต้องคำนึงถึงความสมเหตุสมผลและความเหมาะสมประกอบครับ

-  ในแง่ภาษีอากร  ก็ไม่ได้มีการกำหนดวิธีการแบ่งประเภททรัพย์สินไว้  ดังนั้นก็มักจะยึดตามหลักการบัญชี  เพียงแต่ในเรื่องของการคำนวณค่าเสื่อม  ก็จะต้องดูพระราชกฤษฎีกา และ คำสั่งกรมสรรพากร ประกอบครับ

หนึ่ง:
บริษัทฯ ได้ทำสัญญาเช่าอาคารไว้  12  ปี และในปีที่ 7  ตึกได้ทรุดตัวลงทำให้บริษัทฯ  ต้องทำการเสริมฐานราก โดยราคาที่เสริมฐานรากประมาณ 2,000,000  บาท อยากทราบว่า การคิดค่าเสื่อมสามารถคิดส่วนที่เหลืออีก 5 ปีได้หรือเปล่า  และถ้าคิดค่าเสื่อมราคา 5  ปี  ถ้ามีการต่อสัญญาเพื่อเช่าอาคารต่อจะมีผลต่อค่าเสื่อมราคาที่คิดไปแล้วหรือไม่ และสัญญาเช่าอาคารต้องติดอากรแสตมป์เท่าไหร่จึงจะถูกต้องตามกรมสรรพกร

 

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

ตอบ

ไปที่เวอร์ชันเต็ม