www.avaccount.com > บอร์ดบัญชีและภาษี

อพาร์ทเม้นท์

(1/2) > >>

เอ๋:
สวัสดีค่ะ คุณอ้วน

  รบกวนถามคำถามนะคะ ถ้าประกอบกิจการอพาร์ทเม้นท์ และจัดตั้งเป็นคณะบุคคล ในอพาร์ทเม้นท์ได้จัดเก็บ ค่าห้อง ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ และตู้น้ำหยอดเหรียญ เครื่องซักผ้า มีข้อสงสัยดังนี้ค่ะ

ถ้าจะต้องเสียภาษี

1.  ค่าห้อง เป็นเงินได้ประเภท 5 หักค่าใช้จ่ายแบบเหมา 30% ถ้าเป็นแบบจ่ายจริง ต้องเป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับค่าห้องเท่านั้นหรือไม่ หรืออาจเป็นค่าใช้จ่ายอะไรก็ได้เกี่ยวกับอพาร์ทเม้นท์ที่จ่ายไป

2.  ค่าอื่นๆทั้งหมด ถือเป็นเงินได้ประเภท 8 หักแบบเหมา 80%

ถ้าจะหักแบบจ่ายจริง ไม่สามารถนำเอาใบเสร็จรับเงินค่าน้ำ-ค่าไฟของบ้านเลขที่อื่นใช้ได้หรือไม่คะ เพราะจริงๆแล้วเอาเงินรายได้ทั้งหมดในส่วนนี้ไปจ่ายค่านำ-ไฟของที่บ้านอื่นด้วย

ส่วนภาษีมูลค่าเพิ่ม เราคงไม่เกี่ยวใช่ไหมค่ะ เพราะไม่ได้จดทะเบียน เวลาซื้ออะไรก็ไม่ได้ขอใบกำกับภาษีเขา และโดนผู้ขายเรียกเก็บภาษีซื้อเท่านั้น

ตอนนี้เป็นเทศกาลจ่ายภาษีด้วยนะค่ะ มีกรมสรรพากรมาดูอพาร์ทเม้นท์แถวๆบ้าน ไม่รู้เขาจะดูขนาดไหน ดูขนาดบัญชีเลยหรือไม่ เพราะที่บ้านจัดเก็บแบบบุคคลธรรมดา คงไม่มีการจัดทำบัญชีอะไรมากมาย รบกวนขอคำแนะนำด้วยนะค่ะ

เอ๋:
ถ้าภาษีครึ่งปีที่ยื่นไปคิดต่ำไป จะมีความผิดอะไรหรือไม่คะ เพราะสิ้นปีก็ต้องคิดใหม่อยู่ดี

อ้วน:
1.  ค่าเช่าห้อง  ถือเป็นเงินได้ตามมาตรา 40 ( 5 ) กล่าวคือเป็นเงินหรือประโยชน์อย่างอื่นที่ได้เนื่องจากการให้เช่าทรัพย์สิน

http://www.rd.go.th/publish/5937.0.html#mata40



หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาได้ ร้อยละ 30 ตามพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดค่าใช้จ่ายที่ยอมให้หักจาก เงินได้พึงประเมิน (ฉบับที่ 11) พ.ศ. 2502  มาตรา 5 ( 1 ) ( ก )

http://www.rd.go.th/publish/2375.0.html



ค่าใช้จ่ายตามจ่ายจริงจะต้องเป็นรายจ่ายเพื่อใช้ในการประกอบกิจการโดยเฉพาะเท่านั้น  เช่น  เงินเดือน , ค่าน้ำประปา , ค่าไฟฟ้า , ค่าโทรศัพท์ , ค่ารักษาความปลอดภัย และ ค่าซ่อมแซม เป็นต้น



2.  ส่วนรายได้ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์  และตู้เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ  มีลักษณะเป็นการให้บริการ จึงถือเป็นเงินได้ตามมาตรา 40 ( 8 )



เงินได้พึงประเมินประเภทที่ 8 ในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กฎหมายยอมให้เลือกหัก ค่าใช้จ่ายวิธีใดวิธีหนึ่ง ดังนี้

           - หักตามความจำเป็นและสมควร หรือ



           - หักเป็นการเหมาในอัตราร้อยละตามที่กฎหมายกำหนด

http://www.rd.go.th/publish/556.0.html



ซึ่งเมื่อมาดูตารางการหักเหมาแล้ว  ก็จะไม่พบอัตราหักเหมาตามประเภทเงินได้จึงต้องมาดูใน (44) เงินได้ที่มิได้ระบุไว้ตั้งแต่ข้อ (1)-ข้อ (43)ให้หักค่าใช้จ่ายตามความจำเป็นและสมควรเท่านั้น

http://www.rd.go.th/publish/6052.0.html



ส่วนตู้น้ำหยอดเหรียญ  คงต้องมาดูรายละเอียดสัญญาว่าเข้าข่าย (25) การขายของนอกจากที่ระบุไว้ในข้ออื่น ซึ่งผู้ขายมิได้เป็นผู้ผลิต  ก็จะสามารถหักเหมาได้ร้อยละ 80  แต่ถ้าเป็นบริการ  ก็ต้องหักค่าใช้จ่ายตามความจำเป็นและสมควรเท่านั้น



ค่าน้ำ - ค่าไฟ  ในแง่ของค่าใช้จ่ายผมเข้าใจว่า  ทางคุณเอ๋ก็จะต้องมีการแยกมิเตอร์น้ำ - ไฟ  เป็นแต่ละเลขที่บ้าน  ซึ่งจะไม่เกี่ยวกับการที่เรามีรายได้  แล้วนำเงินที่เราได้ไปจ่ายค่าน้ำ - ค่าไฟฟ้าให้กับบ้านอื่น  เพราะการที่คุณเอ๋  จะนำค่าน้ำ - ค่าไฟ  มาเป็นรายจ่ายตามจ่ายจริงได้นั้น  ต้องเป็นค่าน้ำ - ค่าไฟ ของตัวอาคารที่ก่อให้เกิดรายได้เท่านั้น



ส่วนภาษีมูลค่าเพิ่ม    

-  การให้บริการเช่าอสังหาริมทรัพย์ เป็นกิจการที่ได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามกฎหมาย

http://www.rd.go.th/publish/7052.0.html



-  แต่ถ้าเป็นการบริการอื่น  ก็ไม่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม  ดังนั้นหากมีรายได้ในส่วนของบริการก่อนหักรายจ่ายใน 1 ปีเกินกว่า 1.8 ล้านบาท  กฏหมายบังคับให้ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

http://www.rd.go.th/publish/7061.0.html



หากยังไม่อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม  ก็ไม่มีสิทธิออกใบกำกับ , ไม่มีสิทธิเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม และ ก็ไม่มีสิทธิขอคืนภาษีซื้อครับ

อ้วน:
แนวการจัดเก็บภาษีในปีนี้  ต้องทำใจครับ  เพราะเป็นนโยบายของรัฐบาลที่สั่งให้กรมสรรพากรต้องจัดเก็บภาษีให้ได้ตามเป้า ซึ่งตั้งเป้าสูงกว่าปีก่อนอีกคร๊าบ  (  จึงต้องโทษตัวเองที่เกิดมาไม่รวยพอที่จะจ้าง  ดร. ...  มาเป็นที่ปรึกษาในการเสียภาษี  เพราะขนาดมีเงินได้เป็นหมื่นล้าน  ก็ไม่ต้องเสียภาษี และไม่ผิดกฏหมายนะครับ  ย้ำนะครับไม่ผิดกฏหมาย  ยืนยันโดยอธิบดีกรมเลยนะครับพี่น้อง



จึงมักมีคำพูดว่า  " โอกาสเป็นของคนมีเงินเท่านั้นครับ "



หากไม่มีเอกสารในการพิสูจน์รายจ่ายตามจ่ายจริงก็เสียหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาจ่ายครับ  และไม่ต้องกังวลมากครับ  เต็มที่ก็แค่เสียภาษีครับ  เพราะคนไทยหากมีเงินได้ก็ต้องเสียภาษีครับ



โดยหลักการคิดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปี  จะคิดจากเงินได้ที่ได้รับมาตั้งแต่วันที่  1  มกราคม -  30  มิถุนายน  หากในช่วงครึ่งปีแรก  มีรายได้ต่ำ และมามีรายได้สูงในครึ่งปีหลัง  ก็ไม่เป็นไรครับ  ยกเว้นในช่วงครึ่งปีแรก  มีรายได้  100,000 บาท  แต่ยื่นเสียภาษีเพียง  80,000 บาท ถ้าเป็นเช่นนี้ก็ถือว่าการยื่นเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในครึ่งปีแรกเสียไม่ถูกต้อง  หากถูกตรวจสอบพบก็จะต้องเสียเบี้ยปรับเงินเพิ่มครับ

เอ๋:
หักตามความจำเป็นและเหมาะสมเนี่ยะยากจังคะ เพราะที่คิดส่งไปไม่เห็นกรมสรรพากรท้วงเลย ในค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าโทรศัพท์ คิดหักแบบเหมา 80 เลย



ชอบคุณอ้วนตอบคำถามให้ปัญญากับคนอื่นมากค่ะ เพราะละเอียดมากที่สุดในบรรดาที่เคยเห็น แม้กระทั่งกรมสรรพากรเอง แย่จัง คนรวยซะเปล่า แต่ใช้กลยุทธ์เลี่ยงภาษี ***เราเงินนิดเดียวเอง  เอ๊ะ พาดพิงถึงใครเนี่ยะ

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

ตอบ

ไปที่เวอร์ชันเต็ม