www.avaccount.com > บอร์ดบัญชีและภาษี
ทำธุรกิจขนส่งนม
หนูแหม่ม:
เรียนคุณอ้วน
ขอความกรุณากลุ่มใจมากค่ะ คือแฟนมาให้เป็นเจ้าของธุรกิจขนส่งน้ำนมดิบจากสหกรณ์ไปส่งบริษัท โดยลงทุนร่วมกับเพื่อนเค้า แต่เป็นชื่อเราคนเดียวค่ะ มีรายได้เดือนละ 45000 บาท รายจ่ายค่าผ่อนรถ ผ่อนแท๊งค์ เงินเดือนคนขับรถ ต่างๆ ประมาณ 40000 บาท และดิฉันมีรายได้จากเงินเดือนประจำเดือนละ 30000 บาท ไม่ทราบต้องคำนวณเสียภาษีอย่างไร ค่ะ ลดหย่อนอะไรได้บ้างค่ะ (และแฟนบอกไม่ต้องไปจ่ายภาษี จะมีผลอย่างไรบ้างค่ะ ทั้งนี้ได้จดชื่อทะเบียนการค้ากับกรมพานิชย์ไว้แล้ว)
อ้วน:
1. จากข้อมูลที่ให้มา ผมเข้าใจว่าธุรกิจขนส่งน้ำนมดิบ ทำอยู่ในรูปของบุคคลธรรมดา และก็มีรายได้จากเงินเดือนประจำอีก ซึ่งก็อยู่ในรูปของบุคคลธรรมดา ดังนั้นจึงเป็นเรื่องของการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
2. หากมีเวลาศึกษาความรู้เกี่ยวกับภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ขอให้ศึกษาตามเวบลิงค์
http://www.rd.go.th/publish/309.0.html
3. แต่หากสนใจวิธีการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสิ้นปีจะต้องทำอย่างไร? ศึกษาเพิ่มเติมได้ที่
http://www.rd.go.th/publish/555.0.html
4. และให้ศึกษาเพิ่มเติม คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป. 96/2543 เรื่อง การคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่าย
http://www.rd.go.th/publish/3558.0.html
อ้วน:
มาดูกันต่อเลยครับ ที่บอกว่าทำธุรกิจขนส่งนม ต้องขอทำความเข้าใจกันก่อนครับว่า
1. ตามประมวลกฏหมายแพ่งและพาณิชย์ ลักษณะ 8 มาตรา 608 ได้ให้ความหมายของค่าขนส่งไว้ดังนี้
" อันว่าผู้ขนส่งภายในความหมายแห่งกฏหมายลักษณะนี้ คือบุคคลผู้รับขนส่งของ หรือคนโดยสารเพื่อบำเหน็จเป็นทางค้าปรกติของตน "
ดังนั้นการขนส่งจะเป็น
1) เป็นการขนย้ายจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง
2) ไม่ว่าจะเป็นขนของ หรือคนโดยสาร
3) ต้องทำเป็นประจำ โดยไม่ได้มีการบริการอื่นนอกเหนือจากการขนส่ง
2. ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 81 ( 1 ) ( ณ ) ได้กำหนดว่า " การให้บริการขนส่งในราชอาณาจักร ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม " ซึ่งผู้ประกอบการธุรกิจขนส่งไม่ต้อง จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และการจ่ายค่าขนส่งตั้งแต่วันที่ 15 กันยนยน 2544 เป็นต้นไป ผู้จ่ายเงินได้จะต้องหักภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายในอัตรา 1% ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.104/2544 ดังนั้นค่าขนส่งตามประมวลรัษฎากรจะต้องเข้าหลักเกณฑ์ดังนี้
1) ต้องเป็นการขนส่งที่ทำเป็นปกติธุระ โดยไม่ได้มีการบริการอื่นนอกเหนือจากการขนส่ง และไม่ใช่ขนส่งสาธารณะ
2) ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 81 ( 1 ) ( ณ )
3) ผู้จ่ายเงินจะต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตรา 1%
อ้วน:
ต่อจากนั้นเราก็ต้องมาวิเคราะห์ครับว่า เรามีรายได้อะไรบ้างและถือเป็นเงินได้ตามมาตรา 40 ( ) อะไรในทางประมวลรัษฏากร เพราะจะมีผลต่อการกรอกแบบ และหักค่าใช้จ่ายตามแต่ละประเภทของเงินได้ จากข้อมูลที่ให้มาคุณหนูแหม่ม มีเงินได้จาก 2 ทางคือ
1. เงินเดือนประจำ ถือเป็นเงินได้ตามมาตรา 40 ( 1 )
http://www.rd.go.th/publish/553.0.html
ซึ่งสามารถหักค่าใช้จ่ายได้ร้อยละ 40 ของเงินได้แต่รวมกันแล้วต้อง ไม่เกิน 60,000 บาท
http://www.rd.go.th/publish/556.0.html
2. ค่าขนส่ง ( ไม่ใช่เป็นการซื้อน้ำนมดิบจากสหกรณ์ไปขายให้บริษัทนะครับ ) ถือเป็นเงินได้ตามมาตรา 40 ( 8 )
http://www.rd.go.th/publish/553.0.html
ซึ่งสามารถหักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาได้ร้อยละ 80 ตาม(15) การขนส่ง หรือรับจ้างด้วยยานพาหนะ
http://www.rd.go.th/publish/6052.0.html
ส่วนค่าลดหย่อนที่จะสามารถนำมาหักจากเงินได้ก็ให้ศึกษาจากลิงค์
http://www.rd.go.th/publish/557.0.html
ส่วนวิธีการคำนวณผมได้ให้ลิงค์ไว้แล้วลองศึกษาดูนะครับ
แต่หากจะเลือกไม่เสียภาษีในส่วนค่าขนส่ง ก็ต้องมาดูครับว่าคุณหนูแหม่ม ได้ถูกทางบริษัทหักภาษี ณ ที่จ่ายหรือไม่ และคุณหนูแหม่มได้รับหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่ายหรือไม่
- ในกรณีถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย และได้รับหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ตามความเห็นส่วนตัวผม ผมแนะนำให้มีการยื่นเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้ถูกต้องดีกว่าครับ เพราะเมื่อบริษัทหักภาษี ณ ที่จ่ายก็จะต้องมีการนำส่งสรรพากร ทางเจ้าหน้าที่สรรพากร ก็จะมีข้อมูลเงินได้ค่าขนส่งของคุณหนูแหม่มครับ หากไม่ยื่นเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา แล้วภายหลังเจ้าพนักงานสรรพากรตรวจสอบพบ ก็จะต้องยื่นเสียภาษีให้ถูกต้องและอาจมีค่าปรับและเงินเพิ่มครับ
- ในกรณีที่ไม่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายและไม่ได้รับหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ก็แล้วแต่คุณหนูแหม่มครับ เพราะโอกาสที่เจ้าพนักงานสรรพากรจะตรวจสอบพบน้อยมาก เนื่องจากไม่มีข้อมูลปรากฏว่าคุณหนูแหม่มมีเงินได้จากค่าขนส่ง ( แต่ผิดกฏหมายนะครับ )
หนูแหม่ม:
เรียนคุณอ้วน
ถ้าเป็นการซื้อน้ำนมดิบจากสหกรณ์ไปขายให้บริษัท จะสามารถหักค่าใช้จ่ายอย่างไรได้คะ (การขนส่งน้ำนม กับการซื้อไปขาย คิดต่างกันหรือคะ เพราะรถขนเป็นของเราเองค่ะ)
นำร่อง
[0] ดัชนีข้อความ
[#] หน้าถัดไป
ไปที่เวอร์ชันเต็ม