www.avaccount.com > บอร์ดบัญชีและภาษี

การบันทึกรายได้และค่าใช้จ่ายตอนปิดบัญชีสิ้นปี

(1/2) > >>

นานา:
มีเรื่องรบกวนคุณอ้วนกรณีที่จะปิดบัญชีสิ้นปีมีรายละเอียดดังนี้คะ

กิจการประกอบธุรกิจซื้อมาขายไปโดยในตอนสิ้นปี

-ก่อนสิ้นเดือนธันวาคม ออกใบแจ้งหนี้เรียกเก็บเงินค่าขายลิขสิทธิ์ไปยังลูกค้า (ใบแจ้งหนี้ลงวันที่ 26 ธค. 2548)

-ต้นเดือนมกราคม ผู้ขายส่งใบแจ้งหนี้เรียกเก็บค่าลิขสิทธิ์

(ใบแจ้งหนี้ลงวันที่ 10 มค. 2549)

1)กรณีดังกล่าวกิจการต้องทำการรับรู้รายได้และรายจ่ายดังกล่าวเป็นของปี 2548 หรือไม่คะ

   ควรพิจารณาจากเกณฑ์ใด หรือต้องดูสัญญาในการซื้อขายประกอบด้วยหรือไม่คะ



2)กรณีให้บริการกับลูกค้าและมีรายได้จากการให้บริการเดือนธันวาคม 2548 แต่ออกใบแจ้งหนี้เรียกเก็บไปยังลูกค้าโดยใบแจ้งหนี้ออกในเดือน มกราคม 2549 กรณีนี้ต้องรับรู้เป็นรายได้ของปี 2548 หรือไม่



รบกวนคุณอ้วนด้วยคะ และขอคำแนะนำว่าจะยึดกฏเกณฑ์ใดในการพิจารณาว่ากรณีใดจะต้องรับรู้เป็นรายได้และค่าใช้จ่ายของปี 2548 คะ



รบกวนด้วยคะ

อ้วน:
1.  ตามแม่บทการบัญชี  ได้วางแนวปฏิบัติให้ธุรกิจขายสินค้า  ธุรกิจให้บริการ และรายได้อื่น  จะต้องรับรู้รายได้และรายจ่ายโดยยึดเกณฑ์คงค้าง หรือเกณฑ์สิทธิ  



ซึ่งตามมาตราการบัญชีฉบับที่ 37  ของสมาคมนักบัญชีและผู้สอบบัญชีรับอนุญาตแห่งประเทศไทย  สามารถสรุปหลักเกณฑ์การรับรู้รายได้ได้ดังนี้

1.1  กิจการขายสินค้า  จะรับรู้รายได้ต้องเข้าหลักเกณฑ์ครบ  5  ข้อดังนี้

1.1.1  ผู้ขายได้โอนความเสี่ยงและผลตอบแทนที่เป็นสาระสำคัญของความเป็นเจ้าของสินค้าให้กับผู้ซื้อ

1.1.2  ผู้ขายไม่เกี่ยวข้องในการบริหารสินค้าอย่างต่อเนื่อง

1.1.3  ผู้ขายสามารถวัดมูลค่าของรายได้ได้อย่างน่าเชื่อถือ

1.1.4  มีความเป็นไปได้ค่อนข้างแน่ที่ผู้ขายจะได้รับประโยชน์เชิงเศรษฐกิจของรายการบัญชีนั้น

1.1.5  สามารถวัดมูลค่าต้นทุนที่เกิดขึ้นจากรายการบัญชีนั้นได้อย่างน่าเชื่อถือ



1.2  กิจการให้บริการ  จะรับรู้รายได้จะต้องเข้าหลักเกณฑ์ครบ  4  ข้อดังนี้

1.2.1  ผู้ให้บริการสามารถวัดมูลค่าของจำนวนรายได้ได้อย่างน่าเชื่อถือ

1.2.2  มีความเป็นไปได้ค่อนข้างแน่ที่ผู้ให้บริการจะได้รับประโยชน์เชิงเศรษฐกิจของรายการบัญชีนั้น

1.2.3  ผู้ให้บริการสามารถวัดขั้นความสำเร็จของรายการบัญชี ณ วันที่ในงบดุลได้

1.2.4  ผู้ให้บริการสามารถวัดมูลค่าของต้นทุนได้อย่างน่าเชื่อถือ



1.3  รายได้อื่น  เช่น  ดอกเบี้ย  ค่าสิทธิ  และเงินปันผล

1.3.1  ผู้ให้บริการสามารถวัดมูลค่าของจำนวนรายได้ได้อย่างน่าเชื่อถือ

1.3.2  มีความเป็นไปได้ค่อนข้างแน่ที่ผู้ให้บริการจะได้รับประโยชน์เชิงเศรษฐกิจของรายการบัญชีนั้น



ตัวอย่างเช่น  

-  ดอกเบี้ย  รับรู้รายได้ตามสัดส่วนของเวลา

-  ค่าลิขสิทธิ์  รับรู้รายได้ตามเกณฑ์ที่พึงจะได้รับตามข้อตกลง

-  เงินปันผลจากการลงทุน  รับรู้รายได้เมื่อสิทธิที่จะได้รับเงินปันผลเกิดขึ้นแล้ว

อ้วน:
2.  ส่วนในทางประมวลรัษฏากร  ก็ยึดตามเกณฑ์สิทธิ์  ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. 1/2528 เรื่อง การใช้เกณฑ์สิทธิในการคำนวณรายได้และรายจ่ายของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน นิติบุคคล  

http://www.rd.go.th/publish/3480.0.html



ซึ่งจะเห็นได้ว่า  ทั้งในทางบัญชี และ ภาษีอากร  ก็จะยึดหลักการรับรู้รายได้และรายจ่ายตามเกณฑ์สิทธิเหมือนกันครับ

อ้วน:
3.  เกณฑ์สิทธิ  ( Accrual Basis )

เป็นการรับรู้รายได้ที่เกิดขึ้นในรอบระยะเวลาบัญชีใด แม้ว่าจะยังไม่ได้รับชำระในรอบระยะเวลาบัญชีนั้นมารวมคำนวณเป็นรายได้ในรอบระยะเวลาบัญชีนั้น และให้นำรายจ่ายทั้งสิ้นที่เกี่ยวกับรายได้นั้น แม้จะยังไม่ได้จ่ายในรอบระยะเวลาบัญชีนั้น มารวมคำนวณเป็นรายจ่ายของรอบระยะเวลาบัญชีนั้น



ซึ่งจะสามารถแยกย่อยออกได้อีกดังนี้

3.1  เกณฑ์ผ่อนชำระ  ( Installment Method )

มักจะใช้กับกิจการที่มีการขายผ่อนชำระ หรือให้เช่าซื้อที่มีระยะเวลาในการผ่อนชำระเกินกว่าหนึ่งรอบระยะเวลาบัญชี  จะถือเอาผลต่างของราคาขายที่ควรจะได้รับทั้งสิ้นกับต้นทุนขายเป็นกำไรขั้นต้นที่ยังไม่ถือเป็นรายได้  ในขณะที่มีการขายผ่อนชำระหรือให้เช่าซื้อ  และนิยมใช้กับกิจการที่กรรมสิทธิ์ยังไม่โอนให้กับผู้ซื้อทันทีจนกว่าผู้ซื้อจะชำระเงินค่างวดในงวดสุดท้ายเรียบร้อยแล้ว  

การคำนวณดอกเบี้ยจากการเช่าซื้อมี  2  วิธีคือ

ก.  วิธีคำนวณดอกเบี้ยเป็นรายได้แต่ละงวดตามวิธีรายปี  ( Annuity )

ข.  วิธีการคำนวณดอกเบี้ยเป็นรายได้แต่ละงวดตามวิธีผลรวมจำนวนตัวเลข  ( Sum of the Digits )



3.2  เกณฑ์สัญญาระยะยาว  ( Long-term Contract  Method )

เหมาะสำหรับกิจการที่ให้บริการเกินกว่า  1  รอบระยะเวลาบัญชี  เช่น  กิจการรับเหมาก่อสร้าง  ค้าอสังหาริมทรัพย์  เป็นต้น  ซึ่งสามารถแบ่งการรับรู้รายได้และรายจ่ายได้  2  วิธีคือ

3.2.1  รับรู้รายได้เมื่องานเสร็จตามสัญญา  ( Completed  Contract )

เป็นการรับรู้รายได้ซึ่งจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่องานก่อสร้างแล้วเสร็จตามสัญญา และมีการโอนกรรมสิทธิ์เรียบร้อยแล้ว  ซึ่งมีเงื่อนไขที้ต้องพิจารณาดังนี้

3.2.1.1  ระยะเวลาของโครงการต้องไม่เกิน  1  รอบระยะเวลาบัญชี

3.2.1.2  งานก่อสร้างมีความเสี่ยงมาก



3.2.2  รับรู้รายได้ตามอัตราส่วนของงานที่ทำเสร็จ  ( Percentage of Completion Contract Method )

เป็นการับรู้รายได้ตามอัตราร้อยละของงานก่อสร้างที่แล้วเสร็จตามผลงานก่อสร้างในแต่ละรอบบัญชี  ซึ่งมีเงื่อนไขที้ต้องพิจารณาดังนี้

3.2.2.1  ดำเนินการก่อสร้างตามแผนงานทั่วไป

3.2.2.2  มีความเป็นไปได้ของโครงการ

3.2.2.3  ประเมินต้นทุนของโครงการได้เป็นระยะ

3.2.2.4  มียอดเงินรับจากผู้ซื้อหรือผู้ว่าจ้างอย่างเพียงพอ

3.2.2.5  ผู้ซื้อสามารถจ่ายชำระเงินได้ตามสัญญา

3.2.2.6  ระยะเวลาของงานก่อสร้างเกินกว่า  1  รอบบัญชี



สามารถกำหนดวิธีการคำนวณอัตราส่วนของงานก่อสร้างได้  3  วิธีคือ

ก.  คำนวณอัตราส่วนต้นทุนงานก่อสร้างที่เกิดขึ้นแล้ว  กับต้นทุนทั้งหมดที่ประมาณว่าจะใช้ในการก่อสร้างตามสัญญา

ข.  สำรวจและประเมินผลงานก่อสร้างที่ทำเสร็จโดยวิศวกรและสถาปนิก

ค.  สัดส่วนของงานก่อสร้างที่ทำเสร็จกับงานก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญา



3.3  เกณฑ์เฉลี่ยรายได้  ( Average Income Method )

เป็นการรับรู้รายได้และรายจ่ายที่ใช้สำหรับกิจการให้เช่าทรัพย์สินซึ่งมีจำนวนเงินที่จ่ายมากในครั้งเดียว  แต่ผู้เช่ามีระยะเวลาผูกพันสัญญาเช่าเกินกว่า  1  รอบระยะเวลาบัญชี  โดยจะทำการเฉลี่ยรายได้ดังกล่าวตามอายุการเช่าของทรัพย์สินตามสัญญาเช่านั้น  การใช้เกณฑ์เฉลี่ยรายได้จะนำไปใช้กิจการที่มีระยะเวลาในการได้รับสิทธิ์  เช่น  สิทธิการเช่า  ,  ค่าลิขสิทธิ์  เป็นต้น

อ้วน:
ลองอ่านดูก่อนนะครับ  หากยังมีข้อสงสัย หรือข้อมูลเพิ่มเติม  ยินดีครับ

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

ตอบ

ไปที่เวอร์ชันเต็ม