www.avaccount.com > บอร์ดบัญชีและภาษี
ถามเรื่องขาดทุนสุทธิยกมาไม่เกิน 5 รอบระยะเวลาบัญชี
สา:
ยังไม่ค่อยเข้าใจเรื่องขาดทุนสุทธิยกมาไม่เกิน 5 ปี
1. กรณีปีที่45มีขาดทุนสุทธิ แล้วจะต้องเอายอดขาดทุนจากหัวข้อไหนมาหักกำไรของปี 47ระหว่าง
1.1 ขาดทุนสุทธิตามงบกำไรขาดทุน
1.2 ขาดทุนสุทธิ หลังบวกค่าใช้จ่ายต้องห้ามแล้ว
2. แล้วมาปี 46 มีกำไร จะใช้ยอดไหนมาคำนวณกำไรปี 47 ระหว่างกำไรจากงบกำไรขาดทุนหรือกำไรที่บวกค่าใช้จ่ายต้องห้ามแล้ว
ยังไงรบกวนช่วยอธิบายให้ละเอียดด้วยนะคะ ขอบคุณมากค่ะ
อ้วน:
ในเรื่องของยอดขาดทุนสุทธิยกมาไม่เกิน 5 รอบระยะเวลาบัญชีนั้น จะเป็นยอดขาดทุนทางภาษีครับ กล่าวคือ ต้องทำกำไรขาดทุนทางบัญชีของแต่ละปี ให้เป็นกำไรขาดทุนทางภาษี ซึ่งรวมถึงการบวกกลับรายจ่ายต้องห้ามทางภาษีแล้ว
เช่น ในปี 46 ขาดทุนทางบัญชี 50,000 บาท และมีรายจ่ายต้องห้ามทางภาษีในปี 46 จำนวน 72,000 บาท ดังนั้นเราต้องมาทำให้เป็นกำไรขาดทุนทางภาษี ดังนี้
ขาดทุนทางบัญชี ( 50,000 ) บาท
บวก รายจ่ายต้องห้ามทางภาษี 72,000 บาท
จะได้ กำไรทางภาษี 12,000 บาท
ดังนั้นต้องนำกำไรทางภาษี 12,000 บาท มาคำนวณภาษี
= 12,000 * 20% = 2,400 บาท
จะเห็นได้ว่า
1. กำไรขาดทุนทางบัญชี กับ กำไรขาดทุนทางภาษี ไม่จำเป็นต้องเท่ากันครับ
2. แม้ในทางบัญชีตามงบกำไรขาดทุนของบริษัท จะเป็นยอดขาดทุน 50,000 บาท แต่ถ้ามีรายจ่ายต้องห้ามที่มากกว่า บริษัทก็จะมีภาษีต้องชำระ เพราะยึดหลักเกณฑ์ต่างกัน ( ไม่มีขาดทุนยกมาใช้ )
3. อันนี้ต้องทำความเข้าใจนะครับ ว่าเป็นการคำนวณภายนอกไม่ได้นำรายการบวกกลับ ปรับปรุงกลับเข้าไปในทางบัญชี เหตุผลก็เพราะเราต้องการแค่คำนวณหาว่ามีภาษีเงินได้นิติบุคคลหรือไม่ ถ้ามีมีชำระไปแล้วตามแบบ ภงด. 51 เท่าใด และมียอดถูกหัก ณ ที่จ่ายมาหักออกหรือไม่ เหลือเป็นภาษีที่ยังค้างชำระอีกเท่าใด
ตย. ต่อไปครับในเรื่องของการนับปีขาดทุนทางภาษีที่จะยกมาใช้
ดังนั้น ยอดกำไรขาดทุน ตามตัวอย่างนี้ก็จะเป็นยอดกำไรขาดทุนทางภาษีแล้วครับ
ปี 41 มีผลขาดทุน 2,000 บาท
ปี 42 มีผลขาดทุน 15,000 บาท
ปี 43 มีผลขาดทุน 4,000 บาท
ปี 44 มีผลกำไร 700 บาท
ปี 45 มีผลขาดทุน 27,000 บาท
ปี 46 มีผลขาดทุน 5,000 บาท
ปี 47 มีผลกำไร 42,000 บาท
ภาษีในปี 47 จะคำนวณได้ดังนี้
ปี 41 ขาดทุน 2,000 บาท สะสม 2,000 ใช้ได้ถึงปี 46
ปี 42 ขาดทุน 15,000 บาท สะสม 17,000 ใช้ได้ถึงปี 47
ปี 43 ขาดทุน 4,000 บาท สะสม 21,000 ใช้ได้ถึงปี 48
แต่ปี 44 กำไร 700 บาท ก็สามารถนำขาดทุนของปี 41 มาใช้ได้ จึงทำให้ปี 44 ยังคงเป็นขาดทุนสะสมทางภาษี = ( 2,000-700) + 15,000 + 4,000 = 20,300 บาท
ขอเสริมนิดครับ จะเห็นว่า ณ ขณะนี้เรามีขาดทุนสะสมทางภาษีอยู่จำนวน 20,300 บาทจะแจกแจงได้ดังนี้
ขาดทุน 20,300 จะประกอบไปด้วย 1,300 ใช้ได้ถึงปี 46
15,000 ใช้ได้ถึงปี 47 และ 4,000 ใช้ได้ถึงปี 48
จะต้องดูแยกเป็นปีปีไป ว่าจะสามารถนำผลขาดทุนมาใช้ได้จนถึงปีไหน ไม่ใช่ดูจากยอดรวมทั้ง 20,300 ว่าสามารถใช้ได้ถึงปี 48 ทั้งจำนวนนะครับ
ปี 45 ขาดทุน 27,000 บาท สะสม 47,300 ใช้ได้ถึงปี 49
ปี 46 ขาดทุน 5,000 บาท สะสม 52,300 ใช้ได้ถึงปี 50
จะเห็นได้ว่า ณ ขณะนี้เรามีขาดทุนสะสมทางภาษี จำนวน 52,300 บาทจะแจกแจงได้ดังนี้
ขาดทุน 52,300 จะประกอบไปด้วย 1,300 ใช้ได้ถึงปี 46 จำนวน 15,000 ใช้ได้ถึงปี 47 จำนวน 4,000 ใช้ได้ถึงปี 48 จำนวน 27,000 ใช้ได้ถึงปี 49 และจำนวน 5,000 ใช้ได้ถึงปี 50 ( แต่ขาดทุนยกมาที่เหลือจำนวน 1,300 บาทของปี 41 จะยกมาใช้ได้ถึงปี 46 ดังนั้นหากในปี 47 เป็นกำไรผลขาดทุนของปี 41 ดังกล่าวก็ไม่สามารถนำมาใช้ได้ )
ปี 47 มีกำไร 42,000 บาท แต่นำผลขาดทุนมมาใช้ ดังนี้
ขาดทุนปี 42 จำนวน 15,000 บาท
ขาดทุนปี 43 จำนวน 4,000 บาท
ขาดทุนปี 45 จำนวน 23,000 บาท
ดังนี้น ในปี 47 ก็จะยังคงเป็นขาดทุนอยู่จำนวน = {( 42,000 - (15,000 + 4,000 + 27,000 + 5,000 )} = ( 9,000 )
สรุป ขาดทุนสะสมยกไปทางภาษี 9,000 บาทประกอบด้วย
ขาดทุนปี 45 จำนวน 4,000 บาท ใช้ได้ถึงปี 49
ขาดทุนปี 46 จำนวน 5,000 บาท ใช้ได้ถึงปี 50
สา:
ขอบพระคุณมากๆ เลยค่ะคุณอ้วน อธิบายได้เข้าใจมาก
Nu_Ngern:
ขอบคุณมากเลยจร้า
pop:
ต่อจาก ตัวอย่างเดิมนะครับ
ถ้าปี 48 มีกำไร 50,000 จะคิดยังไงต่อครับ
นำร่อง
[0] ดัชนีข้อความ
[#] หน้าถัดไป
ไปที่เวอร์ชันเต็ม